http://www.crs.mahidol.ac.th/Audio/prayindia/002.mp3 http://www.bodhigaya980.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 คลังภาพ

 คณะปรึกษากิตติมศักดิ์

 ติดต่อเรา

ห้องธรรมวิจัยพุทธิพโล

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี แคว้นวังสะ โดย พระอาจารย์สุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

กาสีปริทัศน์ โดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

“เทคนิคการเขียนบทความ” โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระเมธีวรญาณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาปาฏลีบุตร โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม" ภาคที่ ๓ และ ๔ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๓ และ ๔ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาลุมพินีวัน โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภพุทธภูมิศึกษา เมืองราชคฤห์ โดย พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ ดร. บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษานครกบิลพัสดุ์ และพุทธภูมิศึกษาเทวทหนคร โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ บรรยายแทนโดย พรุครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่ื่อง ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที, ปธ. ๙, พธ.ม.) วันที่ ๕ และ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาปิปผลาหวา โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บรรยายเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภููมิศึกษานครสาเกตุ โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บันทึกการบรรยายเมื่อช่วงบ่าย วันที่๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ บรรยายโดย พระเมธีวรญาณ

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อฯ บรรยายโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาเมืองไวสาลี โดย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ, ดร. รับหน้าที่บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ธรรมชาติบำบัด บรรยายโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์

บันทึกการบรรยาย พุทธภูมิศึกษาเมืองนาลันทา โดย พระครูปริยัติธรรมวิเทศ ดร., บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ประติมากรรมนำการเผยแผ่ บรรยาโดยพระาชรัตนรังษี

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การบริหารแบบนักการทูต บรรยาโดยพระราชรัตนรังษี

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธพลิกโลก : สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม บรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร

ธรรมวิภาพ บรรยายโดย คุณสุรจิต จามรมาน

วิปัสสนากรรมฐาน โดย พระครูวรธรรมานุกิจ

ธรรมวิภาพ โดย คุณสุรจิต จามรมาน

ธัมมจักกัปปวัตนสูตรวิเคราะห์ โดย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์

การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อวิทยุ โดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

พระไตรปิฎกศึกษา โดย พระมหา ดร.ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล

พุทธธรรมกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระครูธรรมธรครรชิต คุณวโร

การแสดงธรรมและการเผยแผ่: หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต โดย พระราชปฏิภาณมุนี

AEC เชื่อมการค้าพระพุทธศาสนาเชื่อมสุวรรณภูมิ โดย คุณสุภชัย วีระภุชงค์

ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ แดนพุทธภูมิ

เตรียมพร้อมสู่ห้องเรียนพระพุทธเจ้า

เมืองโกสัมพี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์นครสาวัตถี

พุทธสาวก-สาวิกา และโบราณสถานนครสาวัตถี

การอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาฮินดีในชีวิตประจำวัน

พระไตรปิฎกศึกษาเชิงวิเคราะห์และพุทธวิธีการสอน

สัมภาระวิบาก กว่าจักเป็นพระพุทธเจ้า

Buddhism in India at Kusinagar and Myanmar

ธรรมภาคภาษาอังกฤษ

พุทธสุขภาพ

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุ

พุทธศิลป์สถาปัตยกรรม

ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายในเชิงพุทธ

ภูษาภารตาภรณ์

อาคารสวยด้วยสถาปัตย์

บทความน่าสนใจ

สนทนากับ พระครูสุตตธรรมประภาส

สนทนากับ พระอาจารย์ใส สุรปญฺโญ

"เปะปะกถา" หรือ "จับฉ่ายเทศนา" โดย พระเดชพระคุณ พระเทศโพธิวิเทศ

สัมภาษณ์ พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส พรธรรมทูตรุ่นที่ ๖

ตัวอย่างบทความจาก วิชาเขียนบทความทางพุทธศาสนา โดยพระประสิทธิ์

สนธนากับพระศรีธนนชัย สันตมโน

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพาราณสี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ด.ร.เอ็มเบ็คก้า ผู้นำชาวพุทธยุคใหม่ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษานาลันทา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาไวศาลี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองปาฏลีบุตร บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาราชคฤห์ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองสาเกต บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

อนาคาริกธรรมปาละวีรบุรุษชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

มหาตมะคานธี วีรบุรุษชาวอินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาลุมพินี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากบิลพัสดุ์อินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิ์ชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากุสินารา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ตระหนักรู้คุณของพระพุทธเจ้า

องคุลิมาล (อหิงสา)...ยุติความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง

กฏศาสนา กฏวัฒนธรรม กฎหมาย ดูแลโลกได้อย่างไร

อปริหานิยธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง

คุณของพระพุทธเจ้ากับความศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิสาวัติถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ระหว่างวันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

วันที่ ๑๘ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

ท่านอาจารย์พระครูฯ เริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายและให้แนวคิดการสรุปใจความในการบรรยายและขอบคุณพระธรรมวิทยากรหรือวิทยากรในแต่ละรายวิชา ว่าให้แบ่งเวลาให้ถูกต้องลงตัว จึงเริ่มเข้าสู่เนื้อหาเรื่องพุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดยกล่าวถึงขอบเขตของการบรรยาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

- นิยามของเมืองสาวัตถี

- ประวัติศาสตร์

- พุทธธรรม

- พุทธสาวก พุทธสาวิกา

จากนั้นจึงได้กล่าวถึงสภาพการเป็นอยู่และพุทธสถานต่างๆ ในเมืองสาวัตถี ตลอดจนประเพณีต่างๆ ตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เช่น การทำศพ ที่ริมแม่น้ำอจิรวดี ซึ่งในเรื่องของการทำศพนั้น จะมีบุคคล ๕ ประเภท ที่จะไม่เผา คือ

. ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน

. เด็ก

. นักบวช

. คนตายเพราะถูกฟ้าผ่าหรือถูกงูกัด

. ผู้หญิงที่ตายท้องกลม

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ ได้ยกเรื่องของพระนางปฎาจารา มาประกอบแล้วกล่าวว่า แม้แต่สถานที่เผาพ่อแม่และพี่ชายของพระนางปฎาจาราก็ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นพุทธสถานอื่นๆ ยิ่งยังมีหลักฐานอยู่อย่างชัดเจน ทั้งวัดที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุด อย่างวัดพระเชตวัน ทั้งต้นอานันทโพธิ์ เป็นต้น

ท่านพระครูฯ ได้กล่าวถึงคำนิยามของเมืองสาวัตถี มหานครแห่งคนดี ทั้ง ๑๖ ประการ

เมืองมหาเศรษฐีลืมนาม

เมืองสตรีงามลืมชื่อ

เมืองมหาวิหารลำลืม

เมืองเลื่องลือโพธิ์พระอานนท์

เมืองเดียรถีย์เสียท่า

เมือง ๒๕ จำกาลฝน

เมืองปราบคณาจารย์พาลชน เมืองแสดงมงคล ๓๘ ประการ

เมืองผ้ากฐินถูกยอยก

เมืองแสดงยมกปาฏิหาริย์

เมืองจอมโจรองคุลีมาร

เมืองตำนานพระสีวลี

เมืองธรณีสูบคนบาป

เมืองซับน้ำตาคนเศร้าหมองศรี

เมืองมากหมู่พระกุฎี

เมืองสร้างบารมี ศีล ทาน ภาวนา...

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ ได้กล่าวถึงความต้องการจะไปให้ถึงเมืองสาวัตถีเป็นครั้งแรกของท่านเมื่อสมัยมาอยู่อินเดียใหม่ๆ เพราะได้ยินชื่อเสียงของเมืองนี้มานานตั้งแต่สมัยเรียนธรรมบท แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที จนในที่สุดถึงกับต้องแอบหนีออกจากวัดเพื่อไปกราบพระพุทธเจ้าที่เมืองสาวัตถี

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ จึงเริ่มลงในรายละเอียดของ ๑๖ ประเด็น ของเมืองสาวัตถีที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งเริ่มจาก เมือง... มหาเศรษฐีลือนาม... โดยกล่าวยกตัวอย่างท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี จากนั้นกล่าวท่อนต่อไป คือ เมือง... สตรีงามลือชื่อ โดยยกตัวอย่าง พระนางวิสาขา แล้วเชื่อมโยงไปถึงความงามเรื่องเบญจกัลยาณี ซึ่งท่านอาจารย์พระครูฯ ได้ยกเปรียบเทียบความงามของสตรีในยุคพุทธกาลให้ฟัง โดยมีพระแม่สิริมหามายา เป็นหญิงที่งามที่สุด เพราะนอกจากจะมีเบญจกัลยาณีแล้ว ยังมีอิตถีลักษณะอีก ๖๔ ประการ อีกด้วย ลำดับต่อไป เมือง...มหาวิหารล่ำลือ คือ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ๑๙ พรรษา และบุพพาราม ของพระนางวิสาขา ที่พระพุทธเจ้าอยู่ถึง ๖ พรรษา และท่อนสุดท้ายก่อนจบการบรรยายในภาคเช้า คือ เมือง... เลื่องลือโพธิ์พระอานนท์ ซึ่งท่านขยายความว่าเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะปลูกตั้งแต่หลังการตรัสรู้ ๑๔ ปี

จากนั้นจึงได้กล่าวถึงจุดเด่นของพระพุทธศาสนา ๕ ประการ คือ กาลเวลา, ตำราอ้างอิง, สิ่งที่ปรากฎเห็นเป็นหลักฐาน, พยานบุคคล และการค้นคว้าพิสูจน์ เป็นการปิดท้ายการบรรยายในภาคเช้า ก่อนจะให้ถามคำถาม

พระสุโกศล (จากกัมพูชา) ถามเรื่องสีจีวร ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า การใช้สีจีวรก็มี ๖ สี ตามพระวินัย

พระศรีธนนชัย (จากประเทศลาว) ถามเรื่องการบวชภิกษุณีว่ายังมีอยู่หรือไม่ ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า ในศรีลังกายังมีอยู่ แม้แต่ในอินเดียก็ยังมีอยู่ ซึ่งก็ต้องบวชในสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย และมีการรักษาครุธรรม ๘ ตามพระพุทธบัญญัติเหมือนเดิม

จากนั้นจึงเป็นการสรุปประเด็น ของ พระครูสังฆรักษ์ไพบูลย์ (รองประธาน ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ จาก จ.เชียงราย) ซึ่งท่านก็ได้ใช้เวลาสรุปประมาณ ๓ นาที โดยมีประเด็นที่ประทับใจ คือ เรื่องเอกลักษณ์ ๕ ประการของพระพุทธศาสนา

จึงได้ปิดการบรรยายในภาคเช้าลงที่เวลา ๑๐.๔๕ น.

บันทึกการบรรยายช่วงบ่าย

พระสงฆ์ในโครงการ เข้ารับฟังการบรรยายในเรื่อง “พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี ภาคที่ ๒” โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

เนื้อหาสาระโดยสรุป

เกริ่นนำ ด้วยการกล่าวถึงการที่ชาวอินเดียมีความเคารพต่อธรรมชาติ โดย กล่าวถึงการกราบไหว้กบของคนอินเดีย ซึ่งในสมัยแรกก่อสร้างวัดไทยกุสินารา คนงานไทยเคยไปกินเทพเจ้ากบ จนต้องถูกตำรวจจับ ซึ่งที่คนอินเดียนับถือกบ เพราะ กบ คือ เทพเจ้าแห่งฟ้า เพราะถ้ากบร้องเมื่อใด ฝนก็จะตกเมื่อนั้น หรือที่คนอินเดียกราบไหว้ใบกะเพราะ หรือ ใบตุลสี เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีความอิ่มหนำสำราญ ซึ่งเอาคติมาจากเรื่องราวของพระราม ที่เอาใบกะเพราะ ๑ ใบให้หนุมานกินจนอิ่ม

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ จึงได้ตำเนินการบรรยายต่อจากช่วงเช้า โดยเริ่มที่ประเด็น “เมือง... เดียรถีย์เสียท่า” ซึ่งท่านได้ยกเรื่องการปราบเดียรถีย์ ๒-๓ เรื่อง จึงต่อที่ประเด็น “เมือง... ๒๕ จำกาลฝน” ซึ่งเมืองสาวัตถี คือ เมืองที่พระพุทธเจ้าอยู่จำพรรษามากที่สุด คือ ๒๕ พรรษา โดยอยู่ที่วัดเชตวัน ๑๙ พรรษา และอยู่ประทับที่วัดบุพพาราม ๖ พรรษา ซึ่งสมัยพุทธกาลในเมืองสาวัตถี มีประชากรทั้งหมด ๗ โกฏิ และมี ๕ โกฏิ ที่ได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล จึงนับว่าเป็นเมืองมหานครแห่งคนดีอย่างแท้จริง จากนั้นจึงไล่ลำดับคำนิยามไปอย่างคร่าวๆ จนครบ ๑๖ ประการ

หลังจากนั้นท่านพระครูนิโครธบุญญากรจึงได้เปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม

พระครูอุดมอรุโณทัย (รองประธานรุ่น และหัวหน้าฝ่ายวิชาการ จาก จ.นครราชสีมา) ถามว่า ทำไม ศพ ๕ ประเภทที่ได้กล่าวในช่วงเช้าจึงไม่เผา ซึ่งท่านพระครูฯ ได้ตอบว่า สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน ชาวอินเดียถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เผาชำระให้เกิดความบริสุทธิ์ สำหรับเด็กก็เช่นกัน ยังเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ จึงไม่ต้องเผาอีก นักบวช ก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์โดยการปฏิบัติอยู่แล้ว ก็จึงไม่เผา ส่วนผู้ที่ถูกฟ้าฝ่าหรืองูกัดตาย ก็ถือว่าพระเจ้าได้รับไปอยู่ด้วยเรียบร้อยแล้ว เพราะฟ้าหรืองู ถือเป็นเทพเจ้าของชาวอินเดีย และผู้หญิงที่ตายท้องกลมนั้น ชาวอินเดียถือว่า เด็กทารกที่อยู่ในท้องเป็นผู้บริสุทธิ์ และเพราะความบริสุทธิ์ของทารกจึงทำให้แม่บริสุทธิ์ตามไปด้วย จึงเป็นอันว่าไม่เผา

พระเงิน (จากเวียดนาม) ถามว่าการปฏิบัติกิจของสงฆ์ในสมัยพุทธกาลกับสมัยนี้ต่างกันอย่างไร ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า เหมือนกัน เพราะได้ปฏิบัติสืบต่อกันตามอย่างเป็นแบบแผน ซึ่งพระพุทธเจ้าได้วางหน้าที่ให้แก่พระสงฆ์ไว้ ๒ ประการ คือ คันถธุระ และวิปัสสนาธุระ

พระอัคคภูมิ ถามคำถามเกี่ยวกับคำว่า “นะโม” ว่าเกิดที่ไหน แล้วคำว่า “ตัสสะ” ตลอดจนคำอื่นทั้งหมด เกิดที่ไหน เกิดในเหตุการณ์เดียวกัน หรือเกิดคนละเหตุการณ์ ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า เกิดขึ้นคนละเหตุการณ์กัน โดยเรื่องนี้สามารถหาดูได้ใน “ฎีกานะโม” ซึ่งหาในทั่วไปในอินเตอร์เน็ต แต่โดยตัวคำทั้งหมดก็คือ การตรัสสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า

พระใส (ประธานรุ่น) ถามว่า ตอนนี้วัดพระเชตวัน ที่เมืองสาวัตถี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือยัง ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน ส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในแดนพุทธภูมิ มีสถานที่ตรัสรู้ คือ พุทธคยา กับสถานที่ประสูติ คือ สวนลุมพินี ส่วนที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา คือ มหาวิทยาลัยนาลันทา ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และวัดพระเชตวัน

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ จึงได้มอบงานศึกษาสืบค้น เป็นการปิดการบรรยาย โดยมีรายละเอียดังนี้ คือ

- กลุ่มประสูติ ได้รับเรื่องประวัติของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

- กลุ่มตรัสรู้ ศึกษาประวัติของพระนางวิสาขา

- กลุ่มปฐมเทศนา ศึกษาเรื่องของพระกุมารกัสสปเถระ

- กลุ่มปรินิพพาน ศึกษาเรื่องของพระนางปฎาจาราเถรี

โดยให้ศึกษาใน ๔ ประเด็น คือ

- ความเป็นนักต่อสู้

- ความเป็นผู้บริหาร

- ความเป็นนักการศาสนา

- การรักษาสังคมให้ร่มเย็น


บันทึกการบรรยาย วันที่ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

ท่านพระครูนิโครธบุญญากร เริ่มต้นการบรรยายในวันนี้ด้วยนำคำปฏิญาณของพระสงฆ์ในโครงการ ในประโยคว่า “พอใจทำ แข็งใจทำ ตั้งใจทำ เข้าใจทำ” ว่ามาจากอธิบาท ๔ ซึ่งเป็นธรรมนำไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นยกความหมายของ “อินเดียเมืองคนใช้หัว อินเดียเมืองผัวเฝ้าห้าง” มาอธิบาย ซึ่งที่ว่า “อินเดียเมืองคนใช้หัว” นั้น มีหัวที่ใช้อยู่ ๕ ประการ คือ

. หัวแบกของ – เพราะคนอินเดียเขาฝึกสติสมาธิกันมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงทำได้

. หัวสมอง – เพราะคนอินเดียเป็นชนชาตินักคิด

. หัวใจ – เพราะคนอินเดียเป็นผู้มีหัวใจแห่งการแบ่งปัน ดังนั้นจึงมีขอทานเยอะ เพื่อมารองรับผู้ให้

. หัวเข่า – เพราะคนอินเดียมีความอ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมจะกราบไหว้คุกเข่าอยู่เสมอ

. หัวหน้า – เพราะคนอินเดียยกย่องให้เกียรติผู้นำ ยอมรับการตัดสินใจของหัวหน้า

ส่วน “อินเดียเมืองผัวเฝ้าห้าง” นั้นมี ๓ ห้าง คือ

. ห้างร้าน – เพราะผู้ชายอินเดียจะเป็นคนดูแลห้างร้าน ดูแลครอบครัว

. ห้างล่าสัตว์ – ผู้ชายอินเดียบางครอบครัวต้องทำงานไกลบ้านเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว

. ฮ้าง – คือ การอยู่อย่างเรียบง่าย มอซอ

เริ่มเข้าสู่เนื้อหาในแง่ประวัติศาสตร์ของเมืองสาวัตถี

สมัยก่อนพุทธกาล เมืองสาวัตถีสร้างโดยตระกูลสุริยวงศ์แห่งพระสุริยเทพ ซึ่งมีที่มาจากคัมภีร์วิศณุปุราณะ โดยตระกูลแห่งสุริยเทพนี้จะเป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวอินเดียมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ยุคพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ประกาศพระพุทธศาสนาด้วยการแสดงยมกปาฏิหาริย์ เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อ โดยยุคก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเข้ามา เมืองสาวัตถีจะเป็นถิ่นของศาสนาเชน โดยหลังจากการแสดงปาฏิหาริย์แล้ว พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดชาวเมืองจนได้บรรลุธรรมเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นั้นมาเมืองสาวัตถีจึงกลายเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาในยุคพุทธกาล ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่วัดเชตวันมหาวิหาร ๑๙ พรรษา และที่บุพพาราม ๖ พรรษา ก่อนจะเสด็จไปสู่เมืองไวสาลี เพื่อจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม

ยุคหลังพุทธกาล

.. ๒๓๖ พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จมาที่วัดเชตวันเพื่อสร้างกุฏิถวายพระสงฆ์ และปักเสาหิน ๒ ต้น โดยมีหัวเสาเป็นรูปธรรมจักรและรูปโค และมีการจารึกอักษรพรหมามีสลักไว้ที่ต้นเสาด้วย

.. ๒๕๕ หลังพระเจ้าอโศกสวรรคต พระเจ้าวิกรมมาทิตย์ ที่ขึ้นมาปกครองหมายจะทำลายพุทธสถานทั้งหมด ดังนั้นฝ่ายพราหมณ์ผู้เป็นสัมมาทิฐิจึงคัดค้านและลอบปลงพระชนม์ในที่สุด

.. ๖๔๔ ในยุคของพระเจ้ากนิษกมหาราช ทรงโปรดให้บูรณะวัดวาอารามรวมถึงวัดเชตวันด้วย จากนั้นเข้าสู่ยุคของราชวงศ์คุปตะ ซึ่งมีการสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทา สมณจีนฟาเหียนเดินทางมาสู่อินเดียเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนาในยุคสมัยนี้ มาพบว่ามีวัดมากถึง ๙๘ แห่งในเมืองสาวัตถี จากนั้นจึงไล่เรียงลำดับประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงยุคที่ศาสนาอิสลามเข้ามามีบทบาท และทำลายพุทธสถานต่างๆ จนในที่สุดอิสลามก็ถูกอังกฤษขับไล่หลังจากปกครองมาร่วม ๗๐๐ ปี ชาวอังกฤษจึงได้ขุดค้นโบราณสถานของพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏสถานที่ต่างๆ ดังนี้

- เชตวันมหาวิหาร

- บุพพารามมหาวิหาร

- พระคันธกุฎี

- บ้านท่านองคุลีมาร

- บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

- สถูปพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร

- สถูปการแสดงยมกปาฏิหาริย์

ซึ่งท่านอาจารย์พระครูฯ ได้ทำการอธิบายรายละเอียดในพุทธสถานต่างๆ อย่างคร่าวๆ จากนั้นจึงได้จบการบรรยายในภาคเช้า

มีผู้ตั้งคำถามว่า เมื่ออิสลามครอบครองอินเดียถึง ๗๐๐ ปี ศาสนาพราหมณ์อยู่กันอย่างไร ท่านอาจารย์พระครูฯ ตอบว่า พวกพราหมณ์เอาศาสนาของตนไปฝากไว้กับธรรมชาติ เช่น พระอาทิตย์ แม่น้ำ สัตว์ เป็นต้น ดังนั้นศาสนาอิสลามจึงทำลายศาสนาพราหมณ์ไม่ได้ ส่วนพุทธนั้นถูกทำลายจนย่อยยับจนต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่น

ท่านพระครูนิโครธบุญญากรจึงได้ปิดการบรรยายในภาคเช้าลงที่เวลา ๑๑.๐๐ น.

การศึกษาวิชาการช่วงบ่าย (๑๓.๑๕ น. – ๑๕.๑๕ น.)

พระสงฆ์ในโครงการ เข้ารับฟังการบรรยายในเรื่อง “พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี ภาคที่ ๔” โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

เนื้อหาสาระโดยสรุป

อารัมบท ทักทายเรื่องการพักผ่อนให้เพียงพอ ให้พอดี งานจะได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นจึงได้กล่าวถึงวิถีชีวิตของคนอินเดีย ว่าได้นำพุทธธรรมของศาสนาพุทธมาเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างแยบคาย ตัวอย่างเช่น การพิจารณาปัจจัย ๔ ก่อนบริโภค เรื่องการนุ่งห่ม คนอินเดียจะใช้เสื้อผ้าอย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งในปีหนึ่งจะมีการทิ้งเสื้อผ้าเก่าเพียงแค่ครั้งเดียว คือ ในเทศกาลโฮลี่ (วันเพ็ญเดือน ๓ ถึงวันเพ็ญเดือน ๔) ในเรื่องอาหาร คนอินเดียจะกินเพียงเพราะหิว จะไม่กินเพราะอยาก คนอินเดียจะไม่นิยมตกแต่งอาหารให้มีสีสันเพื่อกระตุ้นความอยาก แต่จะกินเพียงเพื่อดำรงชีพเท่านั้น เรื่องเสนาสนะ คนอินเดียจะอยู่อย่างง่ายๆ บ้านเล็กๆ ขนาดพอดีกับครอบครัว และเรื่องคิลานเภสัช คนอินเดียจะรู้จักบริโภคอาหารให้เป็นยาไปในตัว จึงเห็นได้ว่าคนอินเดียมีการพิจารณาปัจจัย ๔ อย่างแยบคายโดยหลักของพระพุทธศาสนาจริงๆ

เนื้อหาในส่วนของพุทธสาวก พุทธสาวิก อุบาสก อุบาสิกา ในเมืองสาวัตถี ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงชื่อบุคคลสำคัญท่านต่างๆ ประมาณ ๑๖ ชื่อ เพื่อให้ไปศึกษาสืบค้นเป็นการนอกเวลา จากนั้นจึงยกเรื่องของนางสุนทรีปริพาชิกา ที่ถูกพวกปริพาชกจ้างให้เข้าออกวัดพระเชตวันแล้วฆ่านางเพื่อใส่ร้ายพระพุทธเจ้า ซึ่งในที่สุดเรื่องก็เปิดเผย ทำให้พวกเดียรถีย์ยิ่งตกต่ำลงมากขึ้น จากนั้นกลับมากล่าวถึงเรื่องพุทธธรรมในเมืองสาวัตถีอีกครั้ง โดยกล่าวว่า พระสูตรที่แสดงทั้งหมดในวัดพระเชตวันมีทั้งหมด ๘๔๔ พระสูตร ส่วนที่แสดงในวัดบุพพารามมีอีก ๒๓ พระสูตร และชาดกที่แสดงในวัดพระเชตวันมีมากถึง ๔๒๕ เรื่อง ธรรมบท ๓๒๒ เรื่อง ตลอดจนกล่าวถึงบัญญัติทางวินัยต่างๆ ตามลำดับ จนถึงพระอภิธรรมที่ท่านอาจารย์พระครูฯ ได้กล่าวว่า ทั้ง ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็แสดงหลังยมกปาฏิหาริย์ทั้งหมด หลังจากนี้ท่านอาจารย์พระครูฯ จึงได้เล่าหลวงของพระหลวงพ่อของท่าน ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ที่มาอยู่ที่เมืองสาวัตถีและชอบขึ้นไปสวดมนต์ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ จากนั้นท่านมีคำคมวาทะให้แก่พระสงฆ์ในโครงการว่า “การเรียนรู้ในงาน คือ การแก้ปัญหาที่ดี”

จากนั้นจึงนำเสมอภาพของเมืองสาวัตถีในมุมสำคัญต่างๆ ของพุทธสถานทั้งหมด พร้อมทั้งอธิบายคร่าวๆ


บันทึกการบรรยาย โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ

view

สถิติ

เปิดเว็บ21/07/2011
อัพเดท19/07/2015
ผู้เข้าชม292,586
เปิดเพจ312,474

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐
view