http://www.crs.mahidol.ac.th/Audio/prayindia/002.mp3 http://www.bodhigaya980.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 คลังภาพ

 คณะปรึกษากิตติมศักดิ์

 ติดต่อเรา

ห้องธรรมวิจัยพุทธิพโล

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี แคว้นวังสะ โดย พระอาจารย์สุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

กาสีปริทัศน์ โดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

“เทคนิคการเขียนบทความ” โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระเมธีวรญาณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาปาฏลีบุตร โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม" ภาคที่ ๓ และ ๔ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๓ และ ๔ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาลุมพินีวัน โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภพุทธภูมิศึกษา เมืองราชคฤห์ โดย พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ ดร. บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษานครกบิลพัสดุ์ และพุทธภูมิศึกษาเทวทหนคร โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ บรรยายแทนโดย พรุครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่ื่อง ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที, ปธ. ๙, พธ.ม.) วันที่ ๕ และ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาปิปผลาหวา โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บรรยายเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภููมิศึกษานครสาเกตุ โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บันทึกการบรรยายเมื่อช่วงบ่าย วันที่๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ บรรยายโดย พระเมธีวรญาณ

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อฯ บรรยายโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาเมืองไวสาลี โดย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ, ดร. รับหน้าที่บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ธรรมชาติบำบัด บรรยายโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์

บันทึกการบรรยาย พุทธภูมิศึกษาเมืองนาลันทา โดย พระครูปริยัติธรรมวิเทศ ดร., บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ประติมากรรมนำการเผยแผ่ บรรยาโดยพระาชรัตนรังษี

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การบริหารแบบนักการทูต บรรยาโดยพระราชรัตนรังษี

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธพลิกโลก : สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม บรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร

ธรรมวิภาพ บรรยายโดย คุณสุรจิต จามรมาน

วิปัสสนากรรมฐาน โดย พระครูวรธรรมานุกิจ

ธรรมวิภาพ โดย คุณสุรจิต จามรมาน

ธัมมจักกัปปวัตนสูตรวิเคราะห์ โดย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์

การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อวิทยุ โดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

พระไตรปิฎกศึกษา โดย พระมหา ดร.ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล

พุทธธรรมกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระครูธรรมธรครรชิต คุณวโร

การแสดงธรรมและการเผยแผ่: หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต โดย พระราชปฏิภาณมุนี

AEC เชื่อมการค้าพระพุทธศาสนาเชื่อมสุวรรณภูมิ โดย คุณสุภชัย วีระภุชงค์

ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ แดนพุทธภูมิ

เตรียมพร้อมสู่ห้องเรียนพระพุทธเจ้า

เมืองโกสัมพี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์นครสาวัตถี

พุทธสาวก-สาวิกา และโบราณสถานนครสาวัตถี

การอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาฮินดีในชีวิตประจำวัน

พระไตรปิฎกศึกษาเชิงวิเคราะห์และพุทธวิธีการสอน

สัมภาระวิบาก กว่าจักเป็นพระพุทธเจ้า

Buddhism in India at Kusinagar and Myanmar

ธรรมภาคภาษาอังกฤษ

พุทธสุขภาพ

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุ

พุทธศิลป์สถาปัตยกรรม

ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายในเชิงพุทธ

ภูษาภารตาภรณ์

อาคารสวยด้วยสถาปัตย์

บทความน่าสนใจ

สนทนากับ พระครูสุตตธรรมประภาส

สนทนากับ พระอาจารย์ใส สุรปญฺโญ

"เปะปะกถา" หรือ "จับฉ่ายเทศนา" โดย พระเดชพระคุณ พระเทศโพธิวิเทศ

สัมภาษณ์ พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส พรธรรมทูตรุ่นที่ ๖

ตัวอย่างบทความจาก วิชาเขียนบทความทางพุทธศาสนา โดยพระประสิทธิ์

สนธนากับพระศรีธนนชัย สันตมโน

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพาราณสี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ด.ร.เอ็มเบ็คก้า ผู้นำชาวพุทธยุคใหม่ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษานาลันทา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาไวศาลี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองปาฏลีบุตร บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาราชคฤห์ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองสาเกต บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

อนาคาริกธรรมปาละวีรบุรุษชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

มหาตมะคานธี วีรบุรุษชาวอินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาลุมพินี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากบิลพัสดุ์อินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิ์ชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากุสินารา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ตระหนักรู้คุณของพระพุทธเจ้า

องคุลิมาล (อหิงสา)...ยุติความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง

กฏศาสนา กฏวัฒนธรรม กฎหมาย ดูแลโลกได้อย่างไร

อปริหานิยธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง

คุณของพระพุทธเจ้ากับความศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ พุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย ท่านพระครูนิโครธบุญญากร

แบ่งการบรรยายเป็น ๓วัน ระหว่างวันที่ ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

วันที่ ๑๔ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

สรุปย่อการเรียนในช่วงเช้าได้ดังนี้

"การแนะนำให้รู้จักถึงสภาพโดยทั่วไปของประเทศอินเดีย ทั้งเรื่องวัฒนธรรมประเพณี ผู้คน ลัทธิความเชื่อ ศาสนา สภาพภูมิประเทศ การแบ่งเขตการปกครองเป็นรัฐต่างๆ ของประเทศอินเดีย แล้วลงในภาครายละเอียดของรัฐที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน"

สรุปย่อการเรียนในช่วงบ่ายได้ดังนี้

"เริ่มต้นชั่วโมงการบรรยายด้วยการที่ท่านพระครูนิโครธบุญญากรได้ กล่าวแนะนำถึงเทคนิควิธีการแสดงธรรมให้เข้าถึงใจคน โดยท่านเน้นย้ำว่า การทำความเข้าใจบุคคลผู้ที่จะรับฟัง ด้วยการสังเกตุ การพูดคุยกัน การยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน คือ ประเด็นสำคัญของการแสดงธรรมให้มีประสิทธิภาพ

จากนั้นจึงได้กล่าวถึงการเข้ามาสู่พื้นที่ดินแดนปรินิพพานของพระธรรมทูตไทย และการก่อตั้งวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งเริ่มจากความลำบาก คือ ไม่มีอะไรเลย จนก้าวมาถึงปัจจุบัน ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ ท่านพระครูฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะของพระเดชพระคุณฯ ที่เริ่มสร้างดินแดนนี้จากที่แทบไม่มีใครเดินทางมาให้กลายเป็นจุดสำคัญ จากวาทะสำคัญว่า "พ่อเราปรินิพพานที่นี่ ทำไมเราไม่มาร่วมกันสร้างอะไรไว้เป็นอนุสรณ์บ้าง!"

จากนั้นท่านพระครูฯ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของเมืองกุสินาราโดยเชื่อมโยงกับมหาสุทัสสนสูตร ตลอดจนบอกเล่าเหตุการสำคัญตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดชาวเมืองกุสินาราเป็นครั้งแรกหลังออกพรรษาที่ ๕ จากเมืองไวสาลี จนถึงการปรินิพพาน โดยดำเนินเรื่องตามลำดับมหาปรินิพพานสูตร

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงความเป็นมาของสถูปปรินิพพานที่สาลวโนทยานในแง่ประวัติศาสตร์ จนถึงการจุดประกายความคิดให้พระธรรมทูตในโครงการได้ใช้พุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ และองค์ความรู้ต่างๆ มาหลอมรวมเป็นวิธีการที่จะนำคำว่า "ปรินิพพาน" ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และแก้ปัญหาสังคม

เมื่อใกล้เวลา ๑๕.๐๐ น. ท่านพระครูนิโครธบุญญากร ได้มอบหมายงานกลุ่มให้ทำการศึกษาสืบค้นเกร็ดประวัติที่น่าสนใจในเชิงลึก, พุทธธรรมบำเพ็ญ และวีรกรรมที่ควรยกย่อง ของพุทธสาวกพุทธสาวิกา ๔ ท่าน คือ พระทัพพมัลลบุตร, ท่านสุภัททะ, มัลลิกา และโทณพราหมณ์

ซึ่งผลจากการจับฉลากปรากฎว่า

- กลุ่มประสูติ ได้สืบค้นเรื่องของท่านโทณพราหมณ์

- กลุ่มตรัสรู้ ได้สืบค้นเรื่องของมัลลิกาเทวี

- กลุ่มปฐมเทศนา ได้สืบค้นเรื่องของพระทัพพมัลลบุตร

- กลุ่มปรินิพพาน ได้สืบค้นเรื่องของท่านสุภัททะ


วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายช่วงเช้า

โดยสรุปเนื้อหาสาระ

เริ่มต้นท่านพระครูนิโครธบุญญากรได้กล่าวถึงวิถีชีวิตของชาวชุมชนเมืองกุสินารา รวมถึงประเพณีท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างพระธรรมทูตไทยกับชาวบ้านเมืองกุสินารา ที่เมื่อมีงานสำคัญของหมู่บ้าน ก็จะต้องนิมนต์พระจากวัดไทยกุสินาราไปร่วมเจริญศรัทธาด้วย

จากนั้นท่านพระครูฯ จึงได้เริ่มเจาะลึกรายละเอียดของเมืองกุสินาราในแง่ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่หลังการปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่กษัตริย์มัลละ ได้มีพระราชศรัทธายกสาลวโนทยานอันเป็นอุทยานหลวงถวายเป็นพุทธบูชา ให้เป็นสังฆารามแก่ภิกษุทั้งหลาย จากนั้นเป็นต้นมาเหล่าผู้มีศรัทธาจึงได้ช่วยกันสร้างอาราม กุฏิ วิหาร ถวายพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง จนถึงสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งในยุคนั้นก็ยังคงมีพระสงฆ์อยู่ประจำที่สาลวโนทยานเป็นจำนวนมาก แม้ต้นสาละคู่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทับเสด็จดับขันธปรินิพพานก็ยังคงงดงามอยู่ เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาถึงที่สาลวโนทยาน พระองค์จึงทรงมีพระราชศรัทธาสร้างสถูปองค์เล็กๆ (สูงประมาณ ๒ เมตร) ประดิษฐานไว้ระหว่างกลางต้นสาละทั้งคู่ ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน ที่พระองค์ไม่กล้าสร้างใหญ่เกินไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการไปทำลายต้นสาละทั้งคู่

ต่อมาในยุคของพระเจ้ากนิษกมหาราช ในประมาณปี พ.. ๖๐๐ เศษ ได้ทรงมีพระราชศรัทธา สร้างพระพุทธปฏิมากร ประดิษฐานไว้ ณ สถูปของพระเจ้าอโศกมหาราช

ผ่านไปถึงยุคของราชวงศ์คุปตะ อันเป็นยุคที่กษัตริย์ผู้ครองแผ่นดินมีพระราชศรัทธาทั้งศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ ได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางปรินิพพานขึ้นเพิ่มเติม ณ สาลวโนทยาน ในปีประมาณ พ.. ๙๕๐ โดยนายช่างถินา จากเมืองมถุรา

จากนั้นท่านพระครูนิโครธบุญญากร ได้เชื่อมโยงการบูชาด้วยอามิสไปสู่การปฏิบัติบูชา อันเป็นการบูชาที่ยอดเยี่ยมกว่า โดยยกตัวอย่างการห่มผ้าพระพุทธปรินิพพาน หรือ การทำบูชาพระพุทธปรินิพพานว่าต้องทำอย่างมีปัญญา อย่ามีแต่ศรัทธาอย่างเดียว มิฉะนั้นอาจก่อพาให้เกิดความเสียหายได้

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ ได้กล่าวต่อไปถึงเรื่องประวัติศาสตร์ในสมัยราชวงศ์ปาละอีกเล็กน้อย ก่อนจะเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ในโครงการได้ถามปัญหาต่างๆ

-พระครูสังฆรักษ์ไพบูลย์ (รองประธานรุ่น) ได้ถามเรื่องเกี่ยวการเก็บรวบรวมพระบรมสารีริกธาตุของพระเจ้าอชาตศัตรู หลังการปรินิพพาน ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากร ก็ได้ตอบคำถามอย่างชัดเจน ตั้งแต่การที่พระมหากัสสปเถระ ได้รวบรวมพระบรมสารีริกธาตุจากสถูปในเมืองต่างๆ ทั้งเจ็ดหัวเมือง ยกเว้นในสถูปที่รามคาม หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ ๘ ปี จนถึงยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ได้ค้นเจอที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระองค์ทรงใช้เวลา ๑๔ ปี ในการสร้างสถูปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไปทั้งทั้งชมพูทวีป

-พระครินทร์ ผลญาโณ (รองประธานรุ่น) สอบถามเรื่อง สูกรมัททวะ ว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากร ได้ตอบว่า สูกรมัททวะ ชาวอินเดียเชื่อว่าเป็นอาหารอย่างเลิศ ที่จะมีการปรุงก็ต่อเมื่องต้องการบูชาในพิธีการสำคัญเท่านั้น สำหรับสิ่งที่เป็นสิ่งเคารพสูงสุด โดยสูกรมัททวะ จะมีลักษณะการปรุงคล้ายกันกับข้าวมธุปายาส

-พระครูอุดมอรุโณทัย (รองประธานรุ่น) ได้ถามว่า สถานที่เก็บรวมรวมพระบรมสารีริกธาตุของพระเจ้าอชาตศัตรู มีอยู่จริงรึเปล่า ถ้ามี ในปัจจุบันได้ขุดค้นเจอหรือยัง ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากรก็ตอบว่า มี และพวกเราก็จะได้ไปกันที่นั่นเมื่อถึงช่วงเวลาออกศึกษาเชิงปฏิบัติการเมืองราชคฤห์ จากนั้นท่านก็กล่างถึงพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาธาตุเจดีย์ในวัดไทยกุสินารา ว่าเป็นสิ่งที่มีประวัติสามารถสืบค้นได้ และมั่นใจได้อย่างแน่นอน ถ้าใครใคร่สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ก็สามารถจะไปกราบที่พระมหาธาตุเจดีย์ได้ ซึ่งถือเป็นการจบชั่วโมงการบรรยายในภาคเช้า เวลา ๑๐.๔๕ น.


บันทึกการบรรยายช่วงบ่าย

ได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวสรุปบทปัจฉิมโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ความไม่ประมาท และการนำหลักธรรมเรื่องความไม่ประมาทไปประยุกต์ใช้เพื่อพลิกโลกในปัจจุบัน

จากนั้นจึงเข้าสู่ภาคประวัติศาสตร์ในสมัยราชวงศ์ปาละต่อจากภาคเช้า โดยราชวงศ์ปาละเป็นราชวงศ์ที่นับถือพระพุทธศาสนาและสนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ตลอดทั้งราชวงศ์ ยาวนานถึง ๔๐๐ ปี พอราชวงศ์ปาละล่มสลายไป เมืองกุสินาราก็ล่มสลายถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงไปด้วยเช่นกัน ด้วยการทำลายล้างของชาวต่างศาสนา ซึ่งพระพุทธปรินิพพานก็ได้ถูกทุบแตกออกเป็น ๖ ท่อน จากนั้นผ่านไปหลายร้อยปีชาวอังกฤษที่เข้ามาปกครองประเทศอินเดียจึงได้มาขุดค้นเจอเมืองนี้อีกครั้ง

จากนั้นท่านพระครูฯ ได้ไล่เรียงลำดับการขุดค้นเมืองกุสินารา การค้นพบสถูปปรินิพพาน การค้นพบมกุฏพันธนเจดีย์ จนถึงการสถาปนากุสินาราให้เป็นเมืองใหญ่อีกครั้งในยุคปัจจุบัน โดยท่านพระครูได้เล่าเสริมเนื้อหาว่า หลายๆ ประการที่เป็นปัจจัยการกลับมาของพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย ก็เกิดขึ้นจากเมืองกุสินาราแห่งนี้ เช่น กรณีของการที่ ดร.เอ็มเบคก้า มานิมนต์หลวงพ่ออูจันทรมณี พระสงฆ์ประเทศพม่า จากเมืองกุสินาราไปเป็นผู้ให้ไตรสรณคมณ์ คืนพระพุทธศาสนาให้ชาวอินเดียอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

หรือกรณีที่ทางรัฐบาลอินเดียได้ให้ความสำคัญกับเมืองกุสินาราจนได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านกุสินาราให้เป็นจังหวัดกุสินารา ในสมัยของนางมายาวตี เป็นมุขมนตรี นอกจากนี้ทางรัฐบาลอินเดียยังเห็นความสำคัญของเมืองกุสินาราจนถึงกับตั้งมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในเมืองนี้อีกด้วย ท่านพระครูนิโครธบุญญากร ได้สอดแทรกข้อคิดในเรื่องของความเพียรไว้ในจุดนี้ด้วย ว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้พระสงฆ์ไทยเคยเข้าไปเรียน แต่ยังไม่มีผู้ใดประสบความสำเร็จ นั่นเพราะความเพียรยังไม่พอ โดยท่านเน้นย้ำว่า "ความเพียรพยายามจะเป็นเคร่องมือนำไปสู่ความสำเร็จ" ซึ่งถือเป็นการปิดการบรรยายของท่านในเรื่องพุทธภูมิศึกษากุสินารา หลังจากนั้นท่านได้เปิดโอกาสให้พระสงฆ์ในโครงการได้ถามปัญญา แต่ไม่มีผู้ใดถาม จึงเป็นการจบการบรรยายลงในลักษณะนี้


วันที่ ๑๖ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗


บันทึกการบรรยายช่วงเช้า

เนื้อหาสาระโดยสรุป

ท่านอาจารย์พระครูฯ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงการบริหาร ที่มีการปรับเปลี่ยน มิใช่ปล่อยให้เปลี่ยนแปลงไปเฉยๆ แต่เป็นการปรับที่ทำอย่างไรจึงจะได้คุณเพิ่มขึ้น ได้กำไรเพิ่มขึ้น การเป็นนักบริหารที่ดีจะต้องรู้วิธีคิดอย่างเป็นระบบ คิดอย่างเป็นขั้นตอน จะคิดเพียงแค่ชั้นเดียวไม่ได้ ต้องมีแผนสำรองอยู่เสมอ โดยกล่าวอ้างถึงความเป็นยอดนักบริหารของพระเดชพระคุณฯ ที่สามารถบริหารจาก “สิ่งที่ไม่มีไปสู่สิ่งที่มีได้”

จากนั้นจึงบอกเล่ารายละเอียดที่ไปร่วมประชุมกับคณะกองงานวัดไทยกุสินารา ในช่วงบ่ายของวันที่ ๑๕ (เมื่อวานนี้) โดยท่านได้แจ้งให้พระสงฆ์ในโครงการรับทราบว่า ทางกองงานของวัดได้ขอความร่วมมือในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ให้พระสงฆ์ในโครงการได้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ ในช่วงเช้า คือ การเข้าร่วมเจริญชัยมงคลคาถา ในงานเปิดการรักษาฟรีให้กับชาวบ้าน ที่โรงพยาบาลของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งท่านอาจารย์พระครูฯ ได้กล่าวเกริ่นถึงที่มาที่ไปของวัด โดยกล่าวอ้างถึงข้อความที่พระเดชพระคุณฯ เคยได้กล่าวปาฐกถากับชาวอินเดียไว้ว่า “ชาวกุสินาราเป็นผู้มีบุญคุณกับพวกเรา ชาวพุทธเป็นหนี้บุญคุณของชาวเมืองนี้ เพราะในคราวที่พระบรมศาสดาเสด็จดับขันธปรินพพาน ก็ได้ชาวเมืองกุสินารานี้คอยช่วยดูแลองค์พระบรมครูของเรา อยู่ดูใจของพระพุทธเจ้าในวาระสุดท้ายของพระองค์ ดังนั้นเราจึงได้แต่ตอบแทนชาวเมืองกุสินาราด้วยการสร้างโรงพยาบาลเล็กๆ มอบให้กับชาวเมืองกุสินารา” นอกจากนี้ในวันนั้นทางคณะพระสงฆ์ในโครงการ จะได้ไปร่วมพิธีมอบบ่อน้ำให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนเพื่อถวายพระราชกุศลอีกด้วย

จากนั้นท่านพระครูนิโครธบุญญากร จึงได้เข้าสู่เนื้อหาในแง่พุทธสถานของเมืองกุสินารา โดยเริ่มจากการกล่าวถึงกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ ที่จะให้พระสงฆ์ในโครงการได้ออกศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ โดยจะให้เรียนรู้ศึกษาแบบเป็นกลุ่ม ซึ่งจะให้วิปัสสนาจารย์ของแต่ละกลุ่มได้เป็นผู้น้ำพาปฏิบัติตามร่มไม้ต่างๆ โดยมีท่านอาจารย์พระครูวรธรรมานุกิจเป็นวิปัสสนาจารย์ใหญ่คอยดูแล ซึ่งในช่วงเช้าจะไปปฏิบัติการที่สาลวโนทยาน ช่วงบ่ายไปสู่แม่น้ำหิรัญญวดีและมกุฏพันธนเจดีย์ตามลำดับ

ถัดมาท่านอาจารย์พระครูฯ ได้ให้ความหมายของ “สาลวโนทยาน” สถานที่ปรินิพพาน ว่าเป็น “สวนที่ให้ความรื่นรมย์ที่มีต้นสาละ” และไล่เรียงลำดับให้ฟังว่าในเมืองกุสินารานี้มีพุทธสถานสำคัญอะไรบ้าง เช่น สาลวโนทยาน มกุฏพันธเจดีย์ โทณพราหมณ์เจดีย์ มถากัวร์ สถูปบ้านในจุนทะ และแม่น้ำกกุธานที เป็นต้น โดยได้ให้เกร็ดน่าสนใจในเรื่องเกี่ยวกับแม่น้ำกกุธานที ในเรื่องที่พระพุทธเจ้าขอน้ำดื่มกับพระอานนท์ เพื่อดับกระหายคลายทุกขเวทนาจากพระอาการอาพาธอย่างรุนแรง ว่านั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้กล่าวคำร้องขอ ซึ่งพระองค์ไม่ได้ทรงต้องการสิ่งใดเลยนอกจาก “น้ำดื่ม” เพียงเท่านั้น ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากรก็ได้กล่าวว่า ในส่วนนี้เองที่พระเดชพระคุณฯ ได้ใช้รายละเอียดในจุดนี้ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระบรมศาสดา โดยมักจะมอบน้ำดื่มบริสุทธิ์ให้กับเหล่าชาวเมืองกุสินารา เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวกับที่พระพุทธเจ้าร้องขอ

จากนั้นท่านอาจารย์พระครูฯ จึงได้กล่าวถึงเรื่องของพุทธสาวกพุทธสาวิกาที่เกี่ยวข้องกับเมืองกุสินาราอย่างคร่าวๆ แล้วจึงได้เปิดโอกาสให้พระสงฆ์ในโครงการได้ตั้งคำถาม

พระครูสมุห์บุญมา – ถามเรื่องที่ศาสนาอิสลามทำลายพุทธสถานในอินเดียแล้วกลบฝังไว้ ว่ามีนัยยะอะไรรึเปล่า? ทำไมจึงต้องกลบฝังไว้ด้วย ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากรได้ให้คำตอบว่า ศาสนาอิสลามมีลักษณะใช้ความรุนแรงในการเผยแผ่ โดยการอ้างบทบัญญัติของพระเจ้า ดังนั้นถ้าเห็นศาสนสถานของศาสนาอื่นยิ่งใหญ่เกินไป หรือตรงไหนเป็นจุดศักดิ์สิทธิ์สำคัญของศาสนาอื่น ถ้ามีโอกาสก็จะทำลายแล้วสร้างมัสยิดของตัวเองทับไว้ เป็นการข่มไว้ โดนท่านอาจารย์พระครูฯ ได้ยกกรณีมหาวิทยาลัยนาลันทาถูกทำลายและกลบฝังมาเป็นตัวอย่าง

พระอัทธกฤษตย์ จตฺภทฺโท ตั้งคำถามว่า เหตุใดเมืองที่เคยยิ่งใหญ่ของอินเดียในสมัยพุทธกาล จึงย้ายหรือล่มสลายไปหมด ยกเว้นเมืองพาราณสี ท่านพระครูฯ ได้ตอบว่า เหตุผลแรก คือ การศึกสงคราม และอีกประการหนึ่งคือ การเสื่อมคุณธรรม เช่น กรณีของเมืองราชคฤห์ ที่มีกษัตริย์เป็นลูกฆ่าพ่อ ฆ่ากันถึง ๕ ชั่วโคตร จนในที่สุดชาวเมืองก็ทนไม่ไหวจึงจับฆ่าทั้งวงศ์ ส่วนเมืองพาราณสี สาเหตุที่ทำไมจึงยังอยู่จนปัจจุบัน นั่นเพราะเมืองพาราณสีไม่โดดเด่นเรื่องการทหาร หรือการแย่งชิงอำนาจ แต่เด่นเรื่องการค้าและวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งเมื่อไม่สร้างความรุนแรง ก็ย่อมไม่ได้รับความรุนแรงตอบ เมื่อได้ตอบคำถามนี้จบลง ท่านอาจารย์พระครูฯ จึงได้ปิดการบรรยายในภาคเช้าลงที่เวลา ๑๐.๕๕ น.


บันทึกการบรรยายช่วงบ่าย

เริ่มต้นท่านพระครูนิโครธบุญญากรได้กล่าวให้กำลังใจในการทำหน้าที่สรุปเนื้อหาของพระสงฆ์ในโครงการ ที่จะฝึกจับประเด็นและสรุปเนื้อหาของการบรรยายของพระธรรมวิทยากร ในช่วงท้ายของชั่วโมงการอบรม ซึ่งจะเริ่มมีขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะพระอาจารย์ที่ปรึกษาได้แสดงตัวอย่างการกล่าวประเด็นหลักและการสรุปเนื้อหาเป็นตัวอย่างแก่พระสงฆ์ในโครงการมาแล้วถึง ๒ วัน ซึ่งท่านกล่าวว่าการสรุปหรือการจับเด็นนี้ไม่ต้องกลัวผิด เพราะเป็นมุมมองของแต่ละคน ดังนั้นคำว่าผิดจึงไม่มี

จากนั้นท่านพระอาจารย์ฯ จึงกล่าวถึงนำถึงประเด็นหลักในวันนี้ ๒ ประเด็นที่จะบรรยาย คือ เรื่องสารธรรมของเมืองกุสินารา และการแนะนำสถานที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากเรื่องของสารธรรม ซึ่งประกอบด้วย

สารธรรมที่ ๑ เรื่องของการบูชา ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ ๒ ประการ คือ อามิสบูชา และปฏิบัติบูชา ซึ่งพระองค์ทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชาว่าเป็นของอันยิ่ง โดยประเด็นนี้ท่านอาจารย์พระครูฯ ได้เสริมว่า การปฏิบัติบูชาด้วยกาย วาจา ใจ นั้นเป็นของดีที่สุดแน่นอน ส่วนการบูชาด้วยอามิส ถ้าไม่ประกอบด้วยปัญญาก็อาจเกิดอันตรายได้ เช่น กรณีของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา ที่เกือบตายเพราะการบูชาด้วยอามิส เพราะใครต่อใครก็มารุมจุดเทียนใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ จนบางครั้งกลายเป็นการเผาต้นพระศรีมหาโพธิ์ไป จึงทำให้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เกือบตาย หรือการจุดธูป เทียน บูชาพระ ถ้าไม่ระวังก็จะกลายเป็นการจุดไฟเผาบ้าน เผาวัดตัวเองไป

สารธรรมเรื่องที่ ๒ ข้อธรรมเรื่องของการปฏิบัติต่อสตรี ๓ ประการ ที่พระพุทธเจ้าได้ให้โอวาทไว้ คือ ๑) การไม่ต้องเห็น ๒) การไม่สนทนาด้วย และ ๓) ถ้าจำเป็นต้องสนทนาจะต้องมีสติ ที่นับเป็นการปกป้องพระสาวกของพระองค์ได้อย่างดีเยี่ยม

สารธรรมที่ ๓ เหตุแห่งการเสด็จมาปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ๓ ประการ คือ

) การมาโปรดพุทธเวไนยสัตว์

) เพื่อแสดงมหาสุทัสสนสูตร

) เพื่อมิให้เกิดสงคราม

สารธรรมที่ ๔ การตรัสแสดงถึงสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล ว่าควรมาเห็น ควรมาดู ซึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในพระดำรัสของพระองค์ในส่วนนี้ คือ สิ่งที่จะทำให้เข้าใกล้การบรรลุธรรมได้ยิ่งขึ้น เพราะ

- เมื่อเรากราบที่ประสูติ เราจะเข้าใจศักยภาพในการบรรลุธรรม

- เมื่อเรากราบที่ตรัสรู้ เราจะเข้าใจวิธีการทำให้บรรลุธรรม

- เมื่อเรากราบที่แสดงปฐมเทศนา เราจะเข้าใจถึงหนทางสายกลางในการบรรลุธรรม

- เมื่อเรากราบที่ปรินิพพาน เราจะเข้าใจถึงความไม่เที่ยงไม่แน่นอนของสังขาร เพื่อการเข้าถึงธรรม

สารธรรมที่ ๕ การที่พระพุทธศาสนามีพระธรรมและพระวินัยเป็นศาสดาแทนการมีบุคคลเป็นศาสดาต่อจากพระองค์ ซึ่งถ้าชาวพุทธเข้าถึงจุดนี้ จะทำให้มีศรัทธามั่นคง แม้ข่าวฉาวใดๆ ในปัจจุบันก็จะไม่สามารถทำร้ายศรัทธาชาวพุทธได้แม้แต่น้อยเลย

ช่วงที่ ๒ ท่านพระครูนิโครธบุญญากร ได้กล่าวถึง สถานที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือ วัดนานาชาติที่อยู่ในเมืองกุสินารา โดยท่านก็ได้ไล่เรียงประวัติของแต่ละวัดให้พระสงฆ์ในโครงการได้รับฟัง จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ในโครงการได้สอบถาม

พระอธิการสมพร รกฺขิตธมฺโม ได้ถามว่า ตอนนี้มีพระภิกษุชาวจีนในประเทศอินเดียบ้างไหม ซึ่งท่านพระครูนิโครธบุญญากรได้ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มี เพราะอินเดียไม่ออกวีซ่าให้กับชาวจีน เนื่องจากมีข้อพิพาษกันเรื่องขององค์ดาไลลามะ แต่ก็มีนิมิตหมายที่ดีขึ้นเพราะเมื่อ ๒ ปี ก่อน ในปีพุทธชยันตี ทางการอินเดียได้เริ่มออกวีซ่าให้กับชาวจีนแล้ว ต่อไปก็คงเริ่มมีพระภิกษุชาวจีนเข้ามาสร้างวัดไว้ในเขตพุทธสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย

พระก้าว ปญฺญาทีโป ได้ตั้งคำถามว่า วัดไหนมีพระสงฆ์มากที่สุดในกุสินารา ท่านพระอาจารย์พระครูฯ ได้ตอบว่า วัดไทยกุสินาราแน่นอน

พระครูสมุห์บุญมา อาทโร ได้ถามว่ามีการจัดตั้งองค์กรสงฆ์ หรือการบวชที่ถูกต้องในอินเดียบ้างรึยัง ท่านพระครูฯ ตอบว่า มี แต่ยังน้อยที่จะบวชพระศรัทธา เพราะที่ประเทศอินเดียนี้มี “สหภาพผู้บวชที่ถูกต้องตามกฎหมาย” คนเหล่านี้ถือบวชเอง ซึ่งตลอดเส้นทางการเดินทางในเขตสังเวชนียสถานก็จะพบว่า แต่จะสังเกตุง่าย เพราะจะมีอาจาระที่แตกต่างจากพระที่บวชด้วยศรัทธามาอย่างถูกต้อง

พระเฉลิมราช ปญฺญาสิริ (เลขานุการของรุ่น) ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องประเพณีการทำศพของชาวอินเดีย ซึ่งท่านอาจารย์พระครูฯ ก็ได้ตอบอย่างละเอียด หลังจากนั้นเมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ท่านพระครูนิโครธบุญญากรจึงได้จบการบรรยายในภาคบ่ายลงตอนเวลา ๑๕.๑๐ น.

ซึ่งหลังจากนั้น พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส (ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีพรรษามากที่สุดในรุ่น ๖) จึงทำหน้าที่สรุปเนื้อหาโดยย่อของภาคการบรรยายในช่วงเช้าประมาณ ๕ นาที และต่อด้วยการสรุปเนื้อหาการเรียนในภาคบ่าย โดยพระใส สุรปญฺโญ (ประธานรุ่น) เป็นอันปิดการเรียนการสอนของช่วงภาคบ่ายนี้

ซึ่งหลังจากปิดการเรียนการสอน ทางคณะพระสงฆ์ในโครงการได้ทำการประชุมเป็นการภายใน ปรึกษากันเรื่องการเก็บรวบรวมปัจจัยเพื่อทำการกุศลต่าง ตลอดจนข้อวัตรปฏิบัติเพื่อความงดงามของหมู่คณะ เช่น การสะพายย่าม การเดินไปไหนมาไหนนอกบริเวณวัด เป็นต้น ในบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการเสนอประเด็น การอภิปราย การโหวตลงมติ จนเมื่อได้ข้อยุติจึงปิดการประชุม


 บันทึกการบรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ

view

สถิติ

เปิดเว็บ21/07/2011
อัพเดท19/07/2015
ผู้เข้าชม292,638
เปิดเพจ312,526

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐
view