http://www.crs.mahidol.ac.th/Audio/prayindia/002.mp3 http://www.bodhigaya980.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 คลังภาพ

 คณะปรึกษากิตติมศักดิ์

 ติดต่อเรา

ห้องธรรมวิจัยพุทธิพโล

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี แคว้นวังสะ โดย พระอาจารย์สุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

กาสีปริทัศน์ โดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

“เทคนิคการเขียนบทความ” โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระเมธีวรญาณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาปาฏลีบุตร โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม" ภาคที่ ๓ และ ๔ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๓ และ ๔ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาลุมพินีวัน โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภพุทธภูมิศึกษา เมืองราชคฤห์ โดย พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ ดร. บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษานครกบิลพัสดุ์ และพุทธภูมิศึกษาเทวทหนคร โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ บรรยายแทนโดย พรุครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่ื่อง ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที, ปธ. ๙, พธ.ม.) วันที่ ๕ และ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาปิปผลาหวา โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บรรยายเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภููมิศึกษานครสาเกตุ โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บันทึกการบรรยายเมื่อช่วงบ่าย วันที่๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ บรรยายโดย พระเมธีวรญาณ

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อฯ บรรยายโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาเมืองไวสาลี โดย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ, ดร. รับหน้าที่บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ธรรมชาติบำบัด บรรยายโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์

บันทึกการบรรยาย พุทธภูมิศึกษาเมืองนาลันทา โดย พระครูปริยัติธรรมวิเทศ ดร., บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ประติมากรรมนำการเผยแผ่ บรรยาโดยพระาชรัตนรังษี

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การบริหารแบบนักการทูต บรรยาโดยพระราชรัตนรังษี

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธพลิกโลก : สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม บรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร

ธรรมวิภาพ บรรยายโดย คุณสุรจิต จามรมาน

วิปัสสนากรรมฐาน โดย พระครูวรธรรมานุกิจ

ธรรมวิภาพ โดย คุณสุรจิต จามรมาน

ธัมมจักกัปปวัตนสูตรวิเคราะห์ โดย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์

การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อวิทยุ โดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

พระไตรปิฎกศึกษา โดย พระมหา ดร.ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล

พุทธธรรมกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระครูธรรมธรครรชิต คุณวโร

การแสดงธรรมและการเผยแผ่: หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต โดย พระราชปฏิภาณมุนี

AEC เชื่อมการค้าพระพุทธศาสนาเชื่อมสุวรรณภูมิ โดย คุณสุภชัย วีระภุชงค์

ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ แดนพุทธภูมิ

เตรียมพร้อมสู่ห้องเรียนพระพุทธเจ้า

เมืองโกสัมพี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์นครสาวัตถี

พุทธสาวก-สาวิกา และโบราณสถานนครสาวัตถี

การอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาฮินดีในชีวิตประจำวัน

พระไตรปิฎกศึกษาเชิงวิเคราะห์และพุทธวิธีการสอน

สัมภาระวิบาก กว่าจักเป็นพระพุทธเจ้า

Buddhism in India at Kusinagar and Myanmar

ธรรมภาคภาษาอังกฤษ

พุทธสุขภาพ

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุ

พุทธศิลป์สถาปัตยกรรม

ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายในเชิงพุทธ

ภูษาภารตาภรณ์

อาคารสวยด้วยสถาปัตย์

บทความน่าสนใจ

สนทนากับ พระครูสุตตธรรมประภาส

สนทนากับ พระอาจารย์ใส สุรปญฺโญ

"เปะปะกถา" หรือ "จับฉ่ายเทศนา" โดย พระเดชพระคุณ พระเทศโพธิวิเทศ

สัมภาษณ์ พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส พรธรรมทูตรุ่นที่ ๖

ตัวอย่างบทความจาก วิชาเขียนบทความทางพุทธศาสนา โดยพระประสิทธิ์

สนธนากับพระศรีธนนชัย สันตมโน

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพาราณสี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ด.ร.เอ็มเบ็คก้า ผู้นำชาวพุทธยุคใหม่ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษานาลันทา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาไวศาลี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองปาฏลีบุตร บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาราชคฤห์ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองสาเกต บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

อนาคาริกธรรมปาละวีรบุรุษชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

มหาตมะคานธี วีรบุรุษชาวอินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาลุมพินี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากบิลพัสดุ์อินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิ์ชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากุสินารา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ตระหนักรู้คุณของพระพุทธเจ้า

องคุลิมาล (อหิงสา)...ยุติความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง

กฏศาสนา กฏวัฒนธรรม กฎหมาย ดูแลโลกได้อย่างไร

อปริหานิยธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง

คุณของพระพุทธเจ้ากับความศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บันทึกการบรรยาย

หัวข้อ พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา
บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร
วันที่   ๒๖   สิงหาคม ๒๕๕๖

พุทธคยามหาสังฆาราม

                                                เมือง...บำเพ็ญทุกรกิริยา                             เมือง...ตำรามธุปายาส

                                เมือง...ลอยถาดอธิษฐาน                                            เมือง...ศาสดาจารย์ตรัสรู้

                               เมือง..บรมครูชนะมาร                                                 เมือง...อธิษฐานแล้วสำเร็จ

                               เมือง...๗ สถานอันศักดิ์สิทธิ์                                        เมือง...สถิตพุทธเมตตา

                              เมือง...ภาวนาใต้โพธิ์ศรี                                               เมือง...มหาเจดีย์สูงเสียดฟ้า

                              เมือง...ลอยชฎาสามฤาษี                                             เมือง...พรหมโยนีน่าศึกษา

                              เมือง...เนรัญชรานทีทราย                                            เมือง...น้อมใจ - กายแนบพระธรรม

                              เมือง...เวรกรรมย้ำชาดก                                             เมือง...สวรรค์บนบก – นรกบนดิน ฯ

 

ประวัติศาสตร์พุทธคยา

                            พุทธคยา  คือ สถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมสัมพุทธเจ้า  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา  ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมห่างจากฝั่งออกไปประมาณ  ๒๐๐ เมตร อยู่ด้านทิศตะวันตกบริเวณเป็นที่เนินสูง  เพราะเป็นซากของมหาสังฆารามโบราณที่นี่เคยเป็นที่พักของพระสงฆ์ถึง  ๒,๐๐๐ รูป ล้วนใฝ่ใจในการศึกษา  ปฏิปทางดงามตามพระธรรมวินัยมหาชนศรัทธาเลื่อมใสมาก  พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ ถึง พ.ศ. ๗๐๐  หลังจากนั้นก็เริ่มอ่อนกำลังลง

             ท่านพุทธโฆษาจารย์  ได้เล่าว่า  ท่านเป็นศิษย์ของพระเรวตะแห่งพุทธคยามหาสังฆารามได้เดินทางไปแปลพระคัมภีร์พระไตรปิฎกจากภาษาสิงหล  กลับมาเป็นภาษามคธที่เกาะลังกา

             พุทธคยาเป็นเขตอิทธิพลของพวกฮินดูคยาเกษตรใช้เป็นที่บูชาถวายบิณฑ์  ๑ ใน ๑๖ แห่ง เมืองพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ที่นี่จึงเรียกพุทธคยา

        

                ปัจจุบัน  เป็นสถานที่อันยิ่งใหญ่มีนักแสวงบุญจากทั่วโลกมาไหว้พระสวดมนต์ตลอดทั้งปี

หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วจึงได้เสวยวิมุติสุขอยู่ ๗  สัปดาห์  แล้วเสด็จไปเมืองพาราณสี  เมื่อมีสาวกมากขึ้นพระพุทธองค์จึงได้ส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา   ครั้งนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมาเพื่อโปรดชฎิลสามพี่น้องพร้อมบริวารจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์   จากนั้นพระองค์ก็บำเพ็ญพุทธกิจยังแคว้นต่าง ๆ จนเข้าสู่การปรินิพพาน

ประวัติพระมหาเจดีย์พุทธคยา

                            -พ.ศ. ๒๒๘ – ๒๔๐ พระเจ้าอโศกได้เสด็จมาสักการะ ณ  สถานที่ตรัสรู้ได้สร้างพระสถูปขนาดย่อม ๆ เพื่อบูชา  และ ปักเสาศิลาไว้เป็นเครื่องหมายสร้างพระแท่นวัชรอาสน์   รั้วทำด้วยหินล้อมรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์  ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเจดีย์

             - พ.ศ. ๖๗๔ – ๖๙๔  พระเจ้าหุวิชกะ (ราชวงศ์กุษาณะ) ทรงสร้างเสริมให้เป็นศิลปะต้นแบบเป็นสถูปใหญ่  หลวงจีนถังซัมจั๋ง  เรียกว่า  “  มหาโพธิ์วิหาร ”

             พระมหาเจดีย์พุทธคยา เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมแหลม  ทรงกรวย  ห่างจากต้นโพธิ์   ๒  เมตรมีพระแท่นวัชรอาสน์คั่นกลาง  ขนาดสูง ๑๗๐  ฟุต วัดรอบฐานขนาด ๘๕ ฟุตเศษมี ๒ ชั้น มีเจดีย์บริวารอีก  ๔ องค์  ทรงเดียวกันอยู่บนฐานชั้นที่ ๒  สูง   ๔๕  ฟุต ส่วน  ชั้นล่างนั้นประดิษฐานพระพุทธเมตตา “ ปางมารวิชัย ”  สร้างจากหินแกรนิตสีดำ   สมัยของราชวงศ์ปาละอายุประมาณ ๑๔๐๐   ปีเศษ  ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปาง “ปางประทานพร  ” สร้างในสมัยเดียวกัน

           -พ.ศ. ๙๔๕ – ๙๕๐ หลวงจีนฟานเหียนเดินทางมาสักการะสถานที่ตรัสรู้และได้พรรณาถึงความงดงามของพระมหาเจดีย์พุทธคยา   เห็นพระสงฆ์เถรวาทและพุทธศาสนิกชนมาสักการะกันอย่างมิขาดสาย

             - พ.ศ.๑๑๔๕  กษัตริย์รัฐเบงกอลนามสสางกา ได้ประกาศอิสระจากมคธยกทัพมาทำลายพุทธสถานอย่างย่อยยับ  แต่แล้วพระองค์ก็สิ้นพระชนม์อย่างกระทันหัน

             -  พ.ศ.๑๑๔๕  กษัตริย์ปูรณวรมาตีกองทัพเบงกอลแตกแล้วทำการบูรณะซ่อมแซมตามสมควร

             - พ.ศ.๑๑๖๐  พระเจ้าหรรษวรรธนะ  พระมหากษัตริย์ชาวพุทธทรงสละพระราชทรัพย์บูรณะซ่อมแซมจัดการเฉลิมฉลองใหญ่ถวายเป็นพุทธบูชา

             -  พ.ศ.๑๑๗๒  พระถังซั่มจังเดินทางมาพักที่มหาสังฆรามนานหลายเดือน  พบเห็นเหตุมหัศจรรย์ของพระบรมสารีริกธาตุแสดงปาฏิหาริย์  ได้บันทึกเรื่องราวไว้อย่างชัดเจนพร้อมวาดแผนผังที่ตั้งจุดต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียดโดยรอบบริเวณโพธิมณฑล

             -  พ.ศ.๑๓๐๐  พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์ปาละพร้อมพสกนิกรชาวพุทธทั่วชมพูทวีป  ร่วมกันอุปถัมภ์พุทธคยามหาสังฆารามให้เจริญรุ่งเรือง  มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาจำนวนมาก  มีพระบรมราชโองการให้สร้างพระพุทธปฏิมาแกะสลักด้วยหินแกรนิตสีดำประดิษฐ์ฐานเป็นพระประธานในพระมหาเจดีย์   

             -พ.ศ. ๑๔๙๑ อมรเทวพราหมณ์ ปุโรหิตของพระเจ้าวิกรมาทิตย์ แห่งเมืองมัลวา  บอกไว้ในหนังสืออมรโฆษว่าออกแบบวิหารโพธิ์ใหม่  นำบันทึกของพระถังซั่มจังมาศึกษารายละเอียด  เขียนเป็นพิมพ์เขียวมอบให้ช่างสร้างพระมหาเจดีย์ให้เป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

             -พ.ศ. ๑๕๗๘ พม่าส่งคณะช่าง นำโดย ธรรมราชครูเพื่อบูรณะแต่เกิดข้อพิพาทกันกับอินเดีย  พม่าเลยต้องหยุดการซ่อมแซม

           -พ.ศ. ๑๖๒๒ พม่าส่งช่างชุดที่ ๒ มาฟื้นฟูบูรณะใช้เวลา  ๗ ปีเสร็จเมื่อ  ๑๘  ตุลาคม ๑๖๒๙  พุทธ คยามีชีวิตกลับมาอีกครั้งหนึ่ง  ตามแบบพิมพ์เขียวของท่านอมรเทวพราหมณ์

             -พ.ศ. ๑๗๔๓ พระธัมมรักขิต รับทุนจากพระเจ้าอโศกมัลละแห่งแคว้นสิวะสิกะอินเดีย  มาปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้น

             -พ.ศ. ๑๗๖๐ อิสลามกองทัพเตริกยึดครองมคธรัฐทำลายล้างพุทธสถานทั้งหมด  พร้อมยกพุทธคยานี้ให้อยู่ในการดูและของฮินดูนิกายมหันต์  โดยอ้าง  เมื่อพ.ศ. ๑๗๒๗  จักรพรรดิ  โมกุนนามมูฮัมหมัดซาห์  ได้มอบพุทธคยาทั้งหมดเป็นสมบัติของมหันต์องค์ที่สี่ชื่อว่า “ ลาลคีรี    ” จากนั้นพุทธคยาก็ถูกทอดทิ้งหลายร้อยปีไม่มีการบูรณะมีชาวพุทธมาสักการะเพียงเล็กน้อย

             -พ.ศ. ๒๑๓๓ พุทธคยามหาสังฆาราม  ถูกมุสลิมคุกคามถูกพวกพราหมณ์รังแกในที่สุดหลุดจากมือชาวพุทธอย่างเด็ดขาดตกอยู่ในความคุ้มครองของนักบวชมหันต์นิกายทัสนามิ  สันยาสีที่ชื่อโคสายฆมันดีร์คีรี

              -พ.ศ. ๒๑๓๕ อังกฤษยึดครองอินเดีย

              -พ.ศ. ๒๓๕๔  พระเจ้าแผ่นดินพม่าเสด็จมาเห็นได้ส่งทูตมาเจรจาขอบูรณะ  ตามบันทึกดร. บุคานัน แฮมินตัน  บอกว่าพุทธคยาอยู่ในสภาพย่อยยับไม่ได้รับการดูแล

              -พ.ศ. ๒๔๑๗ พระเจ้ามินดงเจรจาผ่านรัฐบาลอินเดียซึ่งเป็นของอังกฤษแล้ว  อังกฤษส่งคนมาช่วย ๒ นายเพื่อกำกับคือ “ อเล็กซานเดอร์    คันนิ่งแฮม   กับ ดร. ราเชนทร  ลาลมิตระ  ”

              - พ.ศ. ๒๔๑๙ พม่าเกิดสงครามกับอังกฤษงานบูรณะจึงต้องหยุด

              - พ.ศ. ๒๔๒๓ เซอร์อเล็กซานเดอร์ , ดร.ราเชนทร , เซอร์อีแดนแต่งตั้งให้นาย  เจ ดี เบคลาร์  ทำการปฏิสังขรณ์  เสร็จ ในปีพ.ศ. ๒๔๒๗ ( ๔  ปี )  ตามแบบพิมพ์เขียวของท่านอมรเทวพราหมณ์

              -พ.ศ. ๒๔๓๓ ท่านเซอร์  เอ็ดวิน  อาร์โนลด์ ฝรั่งอังกฤษชาวพุทธได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า

“   The Light  of  Asia  ”

             -พ.ศ. ๒๔๓๔  อนาคาริกะ   ธัมมปาละ  ชาวศรีลังกามากราบพุทธคยาเกิดศรัทธาปรารถนา  เรียกร้องสิทธิของความเป็นเจ้าของพุทธคยา  ๓๑  ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ ได้ประชุมชาวพุทธสากลที่พุทธคยามีพม่า, ลังกา , จีน, ญี่ปุ่น แล้วญี่ปุ่นได้ประกาศว่าจะหาเงินมาซื้อพุทธคยาคืน    อังกฤษระแวงญี่ปุ่นเพราะเพิ่งรบชนะรัสเซียจึงไม่ยอมให้ครอบครอง จึงเกิดขบวนกอบกู้พุทธคยา (แม็กมึน , เอ็ดวิน ฯ , วิลเลี่ยม พ.อ. โอลคอตต์ ) ออกปราศัยที่ พม่า – อังกฤษ – สิงคโปร์ – ไทย – ลังกา หาผู้สนับสนุน

              -พ.ศ. ๒๔๓๖ อนาคาริกะ  ธัมมปาล  กลับมาพุทธคยาพร้อมกับโอลคอตต์ และ MR. เอดซ์  นักเทววิทยา ได้เห็นพระ  ๔ รูปถูกพวกมหันต์ทุบตีเกือบตายซ้ำร้ายเขายังกีดกันมิให้พวกธรรมยาตราเข้าสักการะพุทธคยา

              -พ.ศ. ๒๔๓๘  ชาวพุทธขอนำพระพุทธรูปอายุ ๗๐๐ ปี  เข้าไปประดิษฐานแต่พวกมหันต์ก็ไม่เห็นด้วยอ้างว่า “ พระพุทธเป็นเพียงอวตารปางที่ ๙ ของพระนารายณ์  ”

               -พ.ศ. ๒๔๔๕ มีความเคลื่อนไหวทั่วโลก  โดย เอดวินอาร์โนล , ดร. ริดเดวิด  ,  ศ. แม็กมึลเลอร์  ชาวพุทธเริ่มมีพลัง   พวกมหันต์เพิ่มความรังเกียจชาวพุทธมากขึ้น

              -พ.ศ. ๒๔๖๗  ชาวพุทธพม่า , ลังกา , เนปาล , ร้องเรียนรัฐบาลพรรคคองเกรสส์ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณา  โดยมี ดร. ราเชนทร์  ประสาท  ( ประธานาธิบดีเป็นประธาน )  ตั้งกรรมกาชาวพุทธ ๕ คน  คือ ฮินดู ๕  คน   ดูแลพุทธคยา  โดยออกกฎหมายบังคับ

               ความเห็นของ  “ มหาตมคานธี  ” คือ วิหารพุทธคยานี้ควรเป็นสมบัติของชาวพุทธโดยชอบธรรมการนำสัตว์ไปฆ่าทำพลีกรรมในวิหารมหาโพธิ์   ไม่สมควร เพราะล่วงละเมิดต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา เป็นการประทุษร้ายต่อจิตใจของชาวพุทธทั่วไป

                ความเห็นของ  ระพินทรนาถฐากูร   คือ ที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนี้จะตกอยู่ในความดูแลของศาสนาอื่นไม่ได้   เพราะศาสนาอื่นไม่เกี่ยวข้องอะไรและไม่มีเยื่อใยอะไรต่อพระพุทธศาสนา

             - พ.ศ. ๒๔๙๐  อินเดียเป็นเอกราชจากอังกฤษ   มหาโพธิ์สมาคมรบเร้าสิทธิพุทธคยา

             -พ.ศ. ๒๔๙๑  ดร. ศรีกฤษณะ  ซิงห์  นายกรัฐมนตรีพิหาร   ได้เสนอให้ร่างรัฐบัญญัติวิหารพุทธคยา

             -พ.ศ. ๒๔๙๒ เดือนพฤษภาคม   จัดตั้งคณะกรรมการดูแล  ๙ คน  มีผู้ว่าจังหวัดคยาเป็นประธาน กรรมการ ๘  คน  และ ชาวพุทธ  ๔ คน   ฮินดู  ๔  คน

             -พ.ศ. ๒๔๙๖  นายกรัฐมนตรีพม่ามาเยือน   พวกฮินดูมหันต์ได้ยินยอมประกาศยกพุทธคยาให้ชาวพุทธ

             -พ.ศ. ๒๕๓๐ ภิกษุไซไซ ชาวญี่ปุ่นนำชาวพุทธจากนาคปูร์  +  รัฐมหาราษฏร์เรียกร้องให้นำศพมหันต์ที่ฝังไว้   และ  ปัญจปาณฑปพร้อมศิวลิงค์ที่กลางวิหารออกไปที่อื่น

             -พ.ศ. ๒๔๙๙ บูรณะครั้งใหญ่เพื่อฉลองพุทธคยาขยันตีพุทธศาสนาอายุ  ๒๕๐๐  ปี  มีพิมพ์เขียวของท่านอมรเทวพราหมณ์เป็นแบบฉบับ

             -พ.ศ. ๒๕๑๒ พระสุเมธาธิบดี  ได้นำพุทธบริษัทชาวไทยประดับไฟแสงจันทร์

             -พ.ศ. ๒๕๑๙ พุทธบริษัทชาวไทย   สร้างกำแพงแก้ว  ๘๐  ช่อง  ซุ้มประตูแบบอโศก  ๒ ซุ้ม

เสร็จในปี ๒๕๒๐    

             -พ.ศ. ๒๕๓๑ ชาวพุทธเนปาลปูหินอ่อน

             -  พ.ศ. ๒๕๔๕  องค์การยูเนสโก  จัดงบประมาณบำรุงรักษา  ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจพุทธสถาน      เพื่อมอบประกาศนียบัตร  ประกาศให้เป็นมรดกโลก

             -  พ.ศ. ๒๕๔๗  องค์การยูเนสโก  ทำพิธีเฉลิมฉลองพุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ประกาศให้เป็นมรดกโลกอย่างสมเกียรติ

             -  พ.ศ. ๒๕๔๙  องค์การยูเนสโกร่วมกับรัฐบาลอินเดียได้บูรณะเพิ่มเติม  เพื่อเฉลิมฉลอง ๒๕๕๐ ปี  ของ-พระพุทธศาสนา

             -  พ.ศ. ๒๕๕๔  มีการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีแห่งการบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณของ            พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ชาวพุทธทั่วโลกหลั่งไหลมาสักการะอย่างมืดฟ้ามัวดิน  องค์ดาไลลามะ  ประมุขสงฆ์ธิเบต นำชาวพุทธมหายานสาธยาย  :มหากาลจักร: เป็นเวลา ๑๕ วัน มหาชนเข้าร่วมสาธยายวันละร่วมล้านคน

  สิ่งสำคัญที่พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ 

                ๑.) พระมหาเจดีย์พุทธคยา  สูง ๑๗๐  ฟุต   วัดรอบฐาน  ๘๕  เมตร เศษ  เป็นเจดีย์ ๒ ชั้น  มีเจดีย์รอบฐาน ๔ องค์  สูง ๔๕  ฟุต  ชั้นบนประดิษฐาน พระปางประทานพร  ส่วนชั้นล่าง ประดิษฐานพระปางมารวิชัยหรือ พระพุทธเมตตา  อายุ  ๑๔๐๐  ปีเศษ

                ๒.) ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (โพธิบัลลังก์ ) ปัจจุบันเป็นต้นที่ ๔   ปลูกเมื่อ ๒๔๒๓  ปัจจุบันอายุได้---- ปี  ที่อธิฐานปลูกโดย  “ คันนิ่งแฮม  ”

                            ๒.๑ ต้นที่ ๑  : เป็นสหชาติเกิดพร้อมพระพุทธเจ้า  มีอายุได้  ๓๕๒  ปี  สาเหตุหมดอายุ เพราะพระชายาของพระเจ้าอโศกให้หญิงสาวใช้มาทำลาย

                             ๒.๒ ต้นที่ ๒ เกิดจากแรงอธิษฐานของพระเจ้าอโศกมหาราช  อายุได้ ๘๙๑ ปี  ถูกกษัตริย์ศสางกา  สั่งทหารทำลายประมาณปีพ.ศ.  ๑๑๐๐  เศษ

                             ๒.๓ ต้นที่ ๓ เกิดจากแรงอธิฐานของกษัตริย์ปูรณะวรมา  มีอายุประมาณ ๑๒๕๘  ปีหมดอายุขัยเอง

                ๓.) พระแท่นวัชรอาสน์ พระเจ้าอโศกสร้างแทนรัตนบัลลังก์  เมื่อ พ.ศ.  ๒๓๘ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแกะสลักจากหินทราย   มีขนาดยาว  ๗  ฟุต  ๖  นิ้ว และ กว้าง ๔ ฟุต  ๑๐ นิ้ว  หนา  ๑ ฟุต   ๖ นิ้ว ส่วนด้านบนจะแกะสลักเหมือนหัวแหวนเพ็ชร ด้านข้างมีดอกบัว  หงส์ และ ดอกมณฑารพ

                ๔.) อนิมิสสเจดีย์  คือ  สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่  ๒  เป็นเจดีย์สีขาวอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นโพธิ์

                ๕.)รัตนจงกรมเจดีย์  คือ สถานที่เสวยวิมุติสุข สัปดาห์ที่ ๓ อยู่ทางทิศเหนือ   เป็นหินทรายแกะสลักเป็นดอกบัวบาน  ๑๙  ดอก

                ๖.) รัตนฆรเจดีย์  คือ สถานที่เสวยวิมุติสัปดาห์ที่ ๔ เป็นวิหารสี่เหลี่ยมไม่มีหลังคา  พระพุทธองค์ทรงนั่งขัดสมาธิเพ็ชร  พิจารณาพระอภิธรรมปิฎก และ สมันตปัฏฐานอนันตนัย

                ๗.) อชปาลนิโครธเจดีย์  คือ สถานที่เสวตวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๕       อยู่ระหว่าง(แม่น้ำโมหะนี  กับ  แม่น้ำเนรัญชรา )  ที่รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา  ที่พิจารณาบุคคลเหมือนอุบล  ๔  เหล่า  ที่ท้าวสหัมบดีพรหมอาราธนาแสดงธรรม   ธิดามารทั้งสามมาเล้าโลมพระพุทธเจ้า

                ๘.) สระมุจรินทร์ คือ  สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่ ๖ เกิดพายุฝนคลอด  ๗ วันพญามุจรินทร์นาคราช  ได้ถวายอารักขาพระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานว่า “ ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้สันโดษ  ผู้มีธรรมปรากฎแล้ว ผู้เห็นอยู่    ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลายเป็นสุขในโลก  ”

                ๙.) ต้นราชายตนะ  คือ สถานที่เสวยวิมุติสุขสัปดาห์ที่  ๗ พานิช ๒  พี่น้อง  คือ “ตปุสสะ  และ ภัลลิกะ”  จากอุกกลชนบทได้ถวายสัตตุชนิดผงและชนิดก้อนท้าวเทวาชทั้ง  ๔  นำบาตรศิลามาถวายให้รับ พานิช ๒ พี่น้องประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนะสอง  คือ “  พระพุทธ  กับ  พระธรรม  ”  เป็นสรณะ                                

             ในอรรถกถาพระวินัยปิฎก  มหาวรรค  กล่าวว่า พระพุทธองค์ ทรงลูบพระเศียร  เส้นพระเกศาติดที่พระหัตถ์   ทรงมอบให้พานิช  ๒  พี่น้อง  นำพระเกศาธาตุไปประดิษฐานไว้ในเจดีย์ในนครของตน

        ต่อมาทั้ง  ๒ ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์ฟังธรรม  และบรรลุเป็นพระโสดาบัน  ตปุสสะอยู่เป็นอุบาสก    ภัลลิกะบวชได้บรรลุอรหันต์พร้อมอภิญญา  ๖  ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้เลิศกว่าอุบาสก ผู้ถึงรัตนะก่อนผู้ใด  ”

                ๑๐.) พระพุทธเมตตา  เป็นพระปฏิมากร  สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ   สมัยปาละปางมารวิชัย  อายุกว่า  ๑๔๐๐  ปี  เป็นพระปฏิมาที่คนทุกศสนามาสักการะด้วยความศรัทธา

                ๑๑.) แม่น้ำเนรัญชรา  ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์มาทางตะวันออกประมาณ  ๒๐๐  เมคร    ไหลใส  สะอาดจากใต้ไปเหนือ   ชฎิล ๓  พี่น้องอาศัยลุ่มลำน้ำนี้

                ๑๒.) บ้านนางสุชาดา  อยู่ห่างจากแม่น้ำเนรัญชราประมาณ  ๒๐๐  เมตร  อยู่กลางหมู่บ้าน

                ๑๓.) ท่าสุปปติฎฐะ    คือ สถานที่ลอยถาดอธิฐาน  รับหญ้ากุสะจากโสตถิยมานพและเสวยข้าวมธุปายาสก่อนตรัสรู้

                ๑๔.) ดงคสิริเขาบำเพ็ญเพียร  คือ สถานที่บำเพ็ญทุกกรกิริยา  ของพระมหาบุรุษห่างจากพุทธคยาประมาณ ๗- ๙ กิโลเมตร  ปัจจุบันรถยนต์สามารถส่งถึงเชิงเขาแล้ว

                ๑๕.) คยาสีสประเทศ  พุทธกาล  คือ เขาคยาสีสะ  ปัจจุบันเรียกว่า “  พรหมโยนี ”     เป็นสถานที่แสดงอาทิตตปริยายสูตร  ที่เทวทัตต์ก่อการปฏิวัติพระศาสดาแล้วมาตั้งสำนักที่นี่

                ๑๖.) อาศรมชฎิล  คือสถานที่พักของอุลุเวลกัสสปะ   พระศาสดาได้ทรงทรมานจนละทิฏฐิพร้อมน้อง คือ “ นทีกัสสปะ และ คยากัสสปะ  ”  รวมทั้งบริวาร ๑๐๐๐  บวชในพุทธศาสา

                ๑๗.) วัดไทยพุทธคยา  ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐  สมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม

             นามเจ้าอาวาส คือ สมเด็จพระธีรญาณมณี , พระสุเมธาธิบดี   พระเทพโพธิวิเทศ ปัจจุบันคือพระราชรัตนรังสี  หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย เนปาล

สาระธรรม  

                ๑.ปฏิจจสมุปบาท              ๒.พระญาณ ๓ แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

                ๓.อาทิตตปริยายสูตร          ๔.ปฐมพุทธวจนะ
                ๕.พุทธอุทาน                       ๖.บุคคลเปรียบด้วยดอกบัวสี่เหล่า

 

 

 

วัดพุทธนานาชาติ  

                ๑.วัดญี่ปุ่น สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ แบ่งออกเป็น ๒ โซน คือ เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส เขตพุทธาวาสมีหลวงพ่อไดโจบุดซึ สูง ๘๐ ฟุต วัดจากฐานถึงพระบาทได้ ๒ ฟุต จากฐานชุกชีถึงพระเศรียรได้ ๕๖ ฟุต เขตสังฆาวาสเรียกว่าไดจอกเจียว ทั้งหมดสร้าง ๔ ปีจึงสำเร็จ สร้างด้วยหินทรายแดงจากเมืองจูน่า หินอ่อนจากเมืองชัยปูร์ รอบองค์หลวงพ่อไดโจบุดซึ มีพระอรหันต์ ๑๐ ทิศ คือ พระอานนท์ พระสารีบุตร พระปุณณมันตานีบุตร พระมหากัจจยนะ พระราหุล พระสุภูติ พระอุบาลี พระโมคคัลานะ พระอนุรุทธะและพระมหากัสสปะ

                ๒.วัดธิเบต สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๓ ทิเบตมีลามะ ๔ นิกาย คือ

                             ๑.นิกายนิงมะ สวมหมวกแดง เกิดเมื่อปี พ.ศ.๑๓๖๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ไบเลาคุมเบ มีท่านเป็นออลิมบุเช่ เป็นประมุขนิกาย สามารถไว้ผมยาวและหนวดเคราได้

                             ๒.นิกายศากยะ สวมหมวกสีน้ำเงิน  เกิดปี พ.ศ.๑๕๗๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ดุลหาโฟดรัง ราชปูร์ ปูนสุดโฟดรัง สหรัฐอเมริกา มีนควัง กุนคา เตเคเฮน ลิมปูเช่ เป็นประมุข สามารถมีครอบครัวได้

                             ๓.นิกายกายุค สวมหมวกสีดำ เกิดปี พ.ศ.๑๕๙๓ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองรุมเต็ก รัฐสิกขิม มีอูเป็น ดอร์เลย์ เจ การมาปะ องค์ที่ ๑๗ เป็นประมุข

                             ๔.นิกายเกลุค สวมหมวกเหลือง เกิดเมื่อปี พ.ศ.๑๙๒๘ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ธรรมศาลา หินวันตประเทศ มีองค์ดาไลลามะเป็นประมุข องค์ที่ ๑๔

                ๓.วัดภูฎาน สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ปัจจุบัน ท่านจิกมี่ วังจุก เป็นประมุข

คำอธิฐาน ณ พระมหาเจดีย์พุทธคยา ๑
          ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมตั้งจิตอธิฐาน ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ได้จารึกมาบูชาสักการะ สถานที่ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ ขอจงเป็นบารมี เป็นพลวปัจจัย เป็นอุปนิสัยตามส่ง ให้เกิดปัญญาญาณ มีความรู้แจ้งเห็นจริง ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จึงถึงชาติอย่างยิ่ง จนถึงความพ้นทุกข์ หากแม้นว่าข้าพระพุทธเจ้า ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสาร ขออำนาจแห่งบุญกุศลนี้ จงเป็นเหตุอำนวยให้ ได้ไปบังเกิดแต่ในสุคติภูมิ ขอให้เกิดในตระกูลดี มีรูปร่างดี มีปัญญาดี มีสุขภาพดี มีฐานะดี มีพ่อแม่ดี มีครูบาอาจารย์ดี ขอให้มีโอกาสได้ฟังธรรม ได้ปฏิบัติธรรม ได้บรรลุธรรม สมควรแก่การปฏิบัตินั้น จนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ในกาลอันควรด้วยเทอญ.

คำอธิฐาน ณ พระมหาเจดีย์พุทธคยา ๒

             ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมตั้งจิตอธิฐาน ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ได้จารึกมาบูชาสักการะ สถานที่ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ ขอจงเป็นบารมีให้ถึงพรอันประเสริฐ ๘ ประการ    
                ๑. ให้รู้แจ้งธรรมพระสัมพุทธ                        ๒. ให้มีศรัทธาบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา
                ๓. ให้ชนะอุปสรรคมารร้ายนานา                  ๔. ให้เจริญก้าวหน้าทั้งหน้าที่และการงาน

                ๕. ให้สำเร็จสมหวังดังประสงค์                     ๖. ให้มีรูปทรงสวยงามสมสัณฐาน

                ๗. ให้มีความอบอุ่นจากญาติมิตรบริวาร        ๘. ให้ลูกหลานเป็นคนดีมีศีลธรรม

              ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ตลอดชาติอย่างยิ่ง จนถึงความพ้นทุกข์ คือพระนิพพาน เทอญ                           

 

view

สถิติ

เปิดเว็บ21/07/2011
อัพเดท19/07/2015
ผู้เข้าชม292,649
เปิดเพจ312,537

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐
view