http://www.crs.mahidol.ac.th/Audio/prayindia/002.mp3 http://www.bodhigaya980.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 คลังภาพ

 คณะปรึกษากิตติมศักดิ์

 ติดต่อเรา

ห้องธรรมวิจัยพุทธิพโล

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี แคว้นวังสะ โดย พระอาจารย์สุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

กาสีปริทัศน์ โดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

“เทคนิคการเขียนบทความ” โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระเมธีวรญาณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาปาฏลีบุตร โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม" ภาคที่ ๓ และ ๔ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๓ และ ๔ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาลุมพินีวัน โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภพุทธภูมิศึกษา เมืองราชคฤห์ โดย พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ ดร. บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษานครกบิลพัสดุ์ และพุทธภูมิศึกษาเทวทหนคร โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ บรรยายแทนโดย พรุครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่ื่อง ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที, ปธ. ๙, พธ.ม.) วันที่ ๕ และ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาปิปผลาหวา โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บรรยายเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภููมิศึกษานครสาเกตุ โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บันทึกการบรรยายเมื่อช่วงบ่าย วันที่๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ บรรยายโดย พระเมธีวรญาณ

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อฯ บรรยายโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาเมืองไวสาลี โดย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ, ดร. รับหน้าที่บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ธรรมชาติบำบัด บรรยายโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์

บันทึกการบรรยาย พุทธภูมิศึกษาเมืองนาลันทา โดย พระครูปริยัติธรรมวิเทศ ดร., บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ประติมากรรมนำการเผยแผ่ บรรยาโดยพระาชรัตนรังษี

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การบริหารแบบนักการทูต บรรยาโดยพระราชรัตนรังษี

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธพลิกโลก : สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม บรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร

ธรรมวิภาพ บรรยายโดย คุณสุรจิต จามรมาน

วิปัสสนากรรมฐาน โดย พระครูวรธรรมานุกิจ

ธรรมวิภาพ โดย คุณสุรจิต จามรมาน

ธัมมจักกัปปวัตนสูตรวิเคราะห์ โดย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์

การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อวิทยุ โดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

พระไตรปิฎกศึกษา โดย พระมหา ดร.ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล

พุทธธรรมกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระครูธรรมธรครรชิต คุณวโร

การแสดงธรรมและการเผยแผ่: หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต โดย พระราชปฏิภาณมุนี

AEC เชื่อมการค้าพระพุทธศาสนาเชื่อมสุวรรณภูมิ โดย คุณสุภชัย วีระภุชงค์

ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ แดนพุทธภูมิ

เตรียมพร้อมสู่ห้องเรียนพระพุทธเจ้า

เมืองโกสัมพี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์นครสาวัตถี

พุทธสาวก-สาวิกา และโบราณสถานนครสาวัตถี

การอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาฮินดีในชีวิตประจำวัน

พระไตรปิฎกศึกษาเชิงวิเคราะห์และพุทธวิธีการสอน

สัมภาระวิบาก กว่าจักเป็นพระพุทธเจ้า

Buddhism in India at Kusinagar and Myanmar

ธรรมภาคภาษาอังกฤษ

พุทธสุขภาพ

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุ

พุทธศิลป์สถาปัตยกรรม

ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายในเชิงพุทธ

ภูษาภารตาภรณ์

อาคารสวยด้วยสถาปัตย์

บทความน่าสนใจ

สนทนากับ พระครูสุตตธรรมประภาส

สนทนากับ พระอาจารย์ใส สุรปญฺโญ

"เปะปะกถา" หรือ "จับฉ่ายเทศนา" โดย พระเดชพระคุณ พระเทศโพธิวิเทศ

สัมภาษณ์ พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส พรธรรมทูตรุ่นที่ ๖

ตัวอย่างบทความจาก วิชาเขียนบทความทางพุทธศาสนา โดยพระประสิทธิ์

สนธนากับพระศรีธนนชัย สันตมโน

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพาราณสี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ด.ร.เอ็มเบ็คก้า ผู้นำชาวพุทธยุคใหม่ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษานาลันทา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาไวศาลี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองปาฏลีบุตร บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาราชคฤห์ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองสาเกต บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

อนาคาริกธรรมปาละวีรบุรุษชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

มหาตมะคานธี วีรบุรุษชาวอินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาลุมพินี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากบิลพัสดุ์อินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิ์ชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากุสินารา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ตระหนักรู้คุณของพระพุทธเจ้า

องคุลิมาล (อหิงสา)...ยุติความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง

กฏศาสนา กฏวัฒนธรรม กฎหมาย ดูแลโลกได้อย่างไร

อปริหานิยธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง

คุณของพระพุทธเจ้ากับความศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม”

ภาคที่ ๑ นิยาม ความหมาย และสุ จิ ปุ ลิ ในระบบไตรสิกขา

บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร

ในเบื้องต้นท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงคำว่า “อำนาจ” ว่าอำนาจบรรดามี ที่มีอยู่ในโลกที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตามทฤษฎีของพวกฝรั่งมีอยู่ ๓ ระดับคือ ๑. อำนาจทางกำลังกาย ซึ่งถือว่าหยาบที่สุด ๒. อำนาจทางทรัพย์สินและความมั่งคั่ง อันจัดเป็นอำนาจระดับกลาง และ ๓. อำนาจทางปัญญา ที่ถือว่าเป็นอำนาจที่ละเอียดประณีตที่สุด โดยที่อำนาจทางปัญญานั้นจะมีขึ้นได้ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ สำหรับกระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมในพระพุทธศาสนาก็คือ “สุ จิ ปุ ลิ”

จากนั้นจึงเริ่มกล่าวถึงคำนิยามของ “สุ จิ ปุ ลิ” พร้อมทั้งอธิบายประกอบการยกตัวอย่างและพระพุทธวจนะ เช่น “สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตฺโต กถํ โส ปณฺฑิโต ภเว” แปลว่า ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร จากนั้นได้เชื่อมโยงเรื่องของ สุจิปุลิ ไปสู่การสร้างผลงานหนังสือ “พุทธพลิกโลก” ว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ได้รับการพัฒนาจนเกิดปัญญาซึ่งเป็นผลจากการศึกษาในแดนพุทธภูมิตลอด ๓ เดือน ไปสู่สังคม

เข้าสู่เนื้อหาโดยยกแต่ละหัวข้อมาอธิบายโดยละเอียด เริ่มที่การฟังและการอ่าน ซึ่งประโยชน์ของการฟังและการอ่านมีมาก สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ “การอ่านเป็นการเรียนรู้โลกในทางลัดสั้นที่สุด” เพราะไม่ว่าหนังสืออะไรก็ตาม ล้วนแต่เกิดจากประสบการณ์ จินตนาการ ของผู้เขียนตลอดช่วงชีวิตนั้น คือ ผู้อ่านไม่ต้องเสียเวลาไปลงทุนลงแรงศึกษามาก การอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอาจใช้เวลา ๒-๓ ช.ม. แต่อาจจะได้รับประสบการณ์ ๒๐-๓๐ ปี ทั้งหมดของผู้เขียน เราสามารถรู้เท่าผู้เขียนได้ในเวลาเพียงลัดสั้น ไม่ต้องไปเสียเวลายาวนาน เพราะชีวิตคนจะมี ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปีสักกี่ครั้ง จึงถือได้ว่าการอ่านเป็นการหาประสบการณ์ที่เราไม่เคยมีให้เท่ากับเขาได้ในเวลาสั้นนิดเดียว

การอ่านเป็นการพัฒนาทั้งสมองและจิตใจ หนังสือดีๆ สามารถยกระดับจิตวิญญาณของคนได้ เหมือนหนังสือ “คู่มือมนุษย์” ของหลวงพ่อพุทธทาสที่เปลี่ยนชีวิตคนมาแล้วตั้งมากมาย... นอกจากนี้การฟังหรือการอ่านยังช่วยพัฒนาศักยภาพการพูด การใช้ภาษา ลีลา และการใช้สำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งอ่านมากยิ่งฟังมากยิ่งได้เปรียบ แล้วมีได้รับความรู้จากการอ่านจนกลั่นเป็นปัญญาแล้ว ย่อมสามารถยังประโยชน์ได้เกิดขึ้นกับสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสังคมรอบข้างย่อมได้รับอานิสงส์แห่งความเป็นปราชญ์ของผู้มักอ่านมักฟัง

จิ... คือ จินตะ แปลว่า คิด... เมื่อมี สุ เข้ามากระทบ เราก็ใช้โยนิโสมนสิการ เข้าพิจารณา โดยการคิดพิจารณานั้น เมื่อถอดความสั้นๆ จะได้ว่า “คิดถูกวิธี คิดมีระเบียบ คิดมีเหตุผล คิดเร้ากุศล” ไม่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านไหลตามกิเลส อันเป็นเหตุพาไปสู่ความหายนะ ซึ่งท่านอาจารย์ได้ยกแนวทางของการคิดแบบมีเหตุมีผล ไม่ฟุ้งซ่านตามกรอบแห่งพระวิสุทธิมรรคมาให้เข้าใจว่า การคิดในไตรลักษณ์ ๑ การคิดในวิปัสสนาญาณ ๑ และการคิดในอริยสัจ อีก ๑ ทั้ง ๓ แบบนี้ คือ การคิดแบบถูกตรงไปสู่ความบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว

ปุ.. คือ ปุจฉา แปลว่า ถาม... เมื่อการความขัดข้อง ย่อมมีการหาทางทำให้สงบด้วยการถาม ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการสร้างปัญญา ดังคำว่า “ทุกข์ไม่มา ปัญญาไม่เกิด” ซึ่งการถามปัญหามีความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้มาก เช่น การปฏิบัติ บางทีติดอารมณ์อยู่ปีสองปีในหัวข้อเดียว ไม่ผ่านสักที พอเจอใครที่ถามได้และตอบได้ถึงสภาวะที่เราเป็นไป มันสามารถผ่านได้ทันทีเลย ซึ่งการถามจะดี ถ้าถามสู่บุคคลผู้เป็นกัลยาณมิตร โดยกัลยาณมิตรในความหมายของพระพุทธเจ้ามี ๗ ประการ คือ มีความน่ารัก, มีอารมณ์หนักแน่น, เป็นผู้ใฝ่รู้, รู้จักพูด, อดทนต่อคำของผู้อื่นได้, สามารถอธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งได้ และไม่นำไปสู่ความเสียหาย ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อพิจารณาแล้ว ก็คือ คนที่เป็นครูบาอาจารย์นั่นเอง ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า “กัลยาณมิตร แทบจะเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์”

ลิ... คือ ลิขิต แปลว่า การบันทึก ซึ่งการจดบันทึกนี้ เป็นการทวนความจำ ที่อาจจะกลายเป็นข้อปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา เช่น บันทึกของพระถังซัมจั๋ง ที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการขุดค้นหาพุทธสถานทั้งหลายในประเทศอินเดีย หรือข้อจดบันทึกเล็กๆ อาจจะกลายเป็นพล็อตความคิด เป็นไอเดียอันบรรเจิดในการเขียนหนังสือทั้งเล่ม เป็นบทเทศน์ที่แสนคมตลอดทั้งวันก็ได้

จากนั้นท่านอาจารย์ได้ยกประเด็นต่างๆ ที่เป็นปัญหาข้อถกเถียงในเรื่องของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ที่มักจะโดยโจมตีมาแก้โดยข้อมูลเชิงกว้างและเชิงลึก โดยเข้ามูลเชิงกว้างคือการรู้รอบอย่างกว้างขวางหรือรู้โลก ส่วนการรู้เชิงลึก คือรู้แจ้งในสิ่งที่เราศึกษาอย่างของพวกเราก็คือการรู้ลึกรู้ละเอียดในพระคัมภีร์ชั้นต่างๆ ประเด็นต่างๆ ที่ยกมาแก้ เช่น การพูดและเดิน ๗ ก้าวของพระศาสดาเมื่อประสูติเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านอาจารย์ตอบว่า จริงแน่นอน โดยยกความรู้เชิงกว้าง คือ เรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊กว่าในยุคปัจจุบันมีเด็กคนหนึ่งชื่อ คริสติน ไฮเนเกน สามารถพูดได้ตั้งแต่เกิดได้ ๒ ชม. และอีกคนหนึ่งเป็นชาวอังกฤษ สามารถเดินได้ในเวลาไม่นาน จากนั้นจึงยกข้อมูลเชิงลึกในชั้นพระคัมภีร์อรรถกถาพุทธวงศ์ มาตอบว่าพระโพธิสัตว์ผู้มีบารมีเต็มเปี่ยม มีสติอันอบรมมาดีแล้ว ย่อมรู้ตัวทั้งในขณะที่จุติ ขณะเคลื่อนสู่ครรภ์ ขณะปฏิสนธิ ขณะอยู่ในครรภ์ ขณะคลอด และขณะเมื่อแรกเกิด ดังนั้นการพูดการเดินจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แล้วก็มีการพูดมาตั้งแต่สมัยเป็นพระเวสสันดร และพระมโหสถแล้ว

หรือประเด็นเรื่องความอัศจรรย์ของการประสูติ ที่ว่ามีทั้งแผ่นดินไหว แสงสว่างฉาบฉายไปทั่วจักรวาล ฯลฯ ว่าเป็นไปได้จริงหรือ ซึ่งท่านอาจารย์ก็นำบันทึกของชาวจีนในราชวงศ์โจว มากล่าวให้ฟัง ว่ามีการบันทึกถึงเหตุแผ่นดินไหวและมีแสงสว่างไปทั่วโลกในยุคนั้นอยู่จริงๆ เป็นต้น จากนั้นก็ได้พูดอีกหลายประเด็นไล่ไปตามลำดับตั้งแต่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ล้วนแปลกใหม่น่าสนใจทั้งสิ้น

วิธีพัฒนาการเรียนรู้ด้วยระบบ สุ จิ ปุ ลิ ถ้าจะให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น เราจำเป็นต้องมี ไตรสิกขาเป็นเครื่องกำกับ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งศีล จะสร้างความสงบเย็นเป็นปกติให้แก่ใจ ซึ่งเกื้อกูลไปสู่ตัวสมาธิ ถ้าสมาธิทรงตัวก็จะทำให้จิตมีอานุภาพมาก เพราะธรรมชาติของจิต ถ้าจดจ่ออยู่กับสิ่งใดส่งหนึ่งนานๆ จนได้ระยะกาลอันสมควร จิตนั้นย่อมก้าวพ้นขีดขั้นการรับสภาพความรู้แบบสามัญสู่ความรู้เหนือสามัญได้ ซึ่งจุดนั้นเรียกว่า “ปัญญาญาณ” ซึ่งเป็นปัญญาอันยอดที่เหนือล้ำกว่าการเรียนรู้แบบใดๆ ในโลก

สุตะ... จงฟังเขาอย่าขี้เกียจ
จิตตะ... คิดให้ละเอียดที่สงสัย
ปุจฉา... หลงจงถามอย่างเกรงใจ
ลิขิต... เขียนไว้ได้จะดีเอย

ช่วงบ่ายฟังบรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม”

ภาคที่ ๒ วิธีการเขียนบทความทางวิชาการ และการนำเสนองานลงสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์

บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร

เริ่มต้นภาคบ่ายพระอาจารย์ได้การกล่าวถึงพระพุทธพจน์ ที่ตรัสกับพระมหากัสสปะโดยใจความว่า “พระสัทธรรมจะไม่อันตรธานไปเพราะดิน น้ำ ไฟ ลม แต่จะอันตรธานไปเพราะโมฆบุรุษ เปรียบเหมือนเรือจะล่มก็เพราะต้นหนฉะนั้น” แล้วท่านได้กล่าวถึงการตีความ การวิเคราะห์วิจัยพระไตรปิฎกในสมัยปัจจุบันตามสถานการศึกษาต่างๆ ว่ามีการแบ่งออกเป็น ๒ ระดับ คือ

- ประเด็นที่คนทั่วไปทำได้... เชื่อได้
- ประเด็นที่คนบางประเภททำได้ บางประเภททำไม่ได้... ละไว้ก่อนอย่างพึ่งเชื่อ
- ประเด็นที่ คนทั่วไปไม่สามารถทำได้เลย เช่น ฤทธิ์ อภิญญา... ไม่ควรเชื่อ

ซึ่งการวิเคราะห์ในลักษณะนี้จะทำให้เนื้อหาในอรรถและธรรมของพระพุทธเจ้าตกหล่นไปเป็นจำนวนมาก เช่น เรื่องอภินิหารของพระพุทธเจ้าคนก็เชื่อกันยากแล้วในปัจจุบันนี้ หรือการถือคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นปรัชญาที่จะวิเคราะห์กัน อันนี้ก็พลาดตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ปรัชญา แต่เป็นอริยสัจ คือ เป็นความจริงอันประเสริฐ สมบูรณ์บริบูรณ์แล้วอยู่ในตัว “เป็นสิ่งที่จะตัดออกก็ขาด จะต่อเข้าก็เกิน” คนศึกษามีหน้าที่อย่างเดียวคือปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดมรรคเกิดผลตามนั้น ส่วนปรัชญาเป็นเรื่องของทฤษฎีหรือสมมุติฐานที่ยังเถียงกันไม่จบ ถ้าเถียงกันจบจะเป็นวิชาสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เป็นต้น ดังนั้นถ้าจะเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านรู้จบแล้ว มาตีความเป็นปรัชญาแล้วค้นคว้าต่อ อันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ “เกินครู”

จากนั้นได้ยกตัวอย่างพระพุทธประวัติที่พระเดชพระคุณพระเทพโพธิวิเทศ ผู้อำนวนการสถาบันนำมากล่าว ซึ่งแต่ละครั้ง ล้วนแต่เปล่งออกมาด้วยความศรัทธาและเต็มไปด้วยความมั่นใจ มั่นคงในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ จนเกิดเป็นพลัง เป็นพลังแห่งสัจจะ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเกิดความน้อมใจตามไปได้โดยง่าย เรียกง่ายๆ ว่า “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ”

จากนั้นท่านอาจารย์จึงเข้าสู่เนื้อเรื่องการเขียนบทความโดยได้นำภาพอันไม่เจริญศรัทธาของพระสงฆ์สามเณรมาเปิดให้พระสงฆ์ในโครงการได้ชมหลายต่อหลายภาพ เพื่อชี้ให้เห็นโทษจากการใช้สื่ออย่างไม่ระมัดระวังของพระสงฆ์ จากนั้นจึงได้กล่างถึงโทษของการสื่อสารแบบโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ก โดยสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

- เกิดปัญหาข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
- เป็นแหล่งรวมของการหลอกลวงหรือใส่ร้ายป้ายสี
- ทำให้ฟุ้งซ่าน ขาดสมาธิ
- เป็นช่องทางทำให้เกิดความรุนแรง
- ทำให้เกิดความบกพร่องในด้านการพัฒนาชีวิตและจิตใจในสังคม

จากนั้นท่านอาจารย์จึงได้นำเสนอภาพความงดงามของพระสงฆ์ที่ผ่านการถ่ายและบันทึกข้อธรรมลงไปที่เรียกว่า “ธรรมวิภาพ” เช่น จากภาพของหลวงพ่อเจ้าคุณพระเทศโพธิวิเทศ ที่ถูกนำเสนอผ่านเว็บไซต์หรือทางเฟสบุ๊คของวัดไทยกุสินารา โดยมีท่านพระครูปลัดคุณวัฒน์เป็นผู้คอยสร้างสรรผลงานให้เกิดความงามพร้อมและเป็นที่เจริญศรัทธา จากนั้นจึงนำภาพในหนังสือพุทธพลิกโลกของรุ่นที่แล้วมาให้ชม จากนั้นจึงได้กล่าวถึงวิธีการสร้างสรรค์ภาพที่งดงามนำเสนอผ่านสื่อโดยผ่านบทเขียนผสานกับภาพถ่าย

ซึ่งหลักการเขียนข้อความหรือบทความลงในสื่อออนไลน์นั้น มีโดยสรุป คือ

๑. ใช้สำนวนภาษาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และมีประเด็นเนื้อหาที่ชัดเจน
๒. อย่าโต้ตอบความรุนแรงด้วยความรุนแรง
๓. ตอบคำถามด้วยหลักการ
๔. คำนึงเสมอว่าทุกอักษรของเราจะกลายเป็นสาธารณะ
๕. อย่าแชร์โดยไม่สนถูกผิด
๖. อย่ากดไลค์ให้ความรุนแรง
๗. ควรนำเสนอในแง่ของการสร้างสรรเป็นหลัก
๘. เดิมตามแนวทางการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า

จากนั้นท่านได้กล่าวถึงหลักการเขียนบทความทางวิชาการ ซึ่งท่านกล่าวว่านี่เป็นเรื่องหนึ่งที่จะเป็นเครื่องมือในการผลิตผลงานอันยอดเยี่ยมผ่านตัวอักษรให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า เราได้รับความรู้ ความเข้าใจ ความประทับใจมากขนาดไหน ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแดนพุทธภูมิอันเป็นแดนกำเนิดพระพุทธศาสตร์ถึง ๓ เดือน โดยมีหลักการเขียนสรุปเป็นประเด็นได้ว่า

๑. การเลือกเรื่องที่จะเขียน
๒. สร้างโครงเรื่องตามจุดมุ่งหมาย
๓. สิ่งที่นำเสนอต้องไร้ข้อกังขา
๔. เลือกใช้วิธีนำเสนอที่ง่าย
๕. มีทั้งการวิเคราะห์และสังเคราะห์
๖. เขียนและอ่านซ้ำอีกหลายรอบ
๗. การใช้ส่วนอ้างอิง

ซึ่งท่านก็ได้ขยายความแต่ละข้ออย่างละเอียดพร้อมยกตัวอย่างประกอบอีกครั้งจนถึงเวลาประมาณบ่ายสามโมง จึงเปิดให้ถามคำถาม

พระก้าว ปญฺญาทีโป ถามเรื่องของการเขียนบทสรุป ซึ่งพระอาจารย์ได้ตอบว่า การเขียนบทสรุป คือ การบอกผู้อ่านให้รู้ถึงจุดจบของบทความหรือผลสังเคราะห์ที่สัมพันธ์กับปัญหา ซึ่งมีกลยุทธ์ คือ

๑. สรุปคำตอบให้ตรงกับปัญหาที่ตั้งไว้ในบทนำ
๒. แสดงความชัดเจนของเนื้อเรื่องโดยเขียนประเด็นเป็นข้อๆ
๓. เป็นสิ่งที่ควรอ่านไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่ได้อ่านบทความมาตั้งแต่ต้น เพราะการสรุปไม่ใช่การย่อความ

พระครูสมุห์บุญญา อาทโร ถามว่าจะตอบอย่างไรถ้ามีคนถามว่าพระไตรปิฎกใครเป็นคนเขียนและเชื่อถือได้แค่ไหน? หรือพระพุทธเจ้ามีจริงหรือ? แล้วเคยเห็นพระพุทธเจ้าหรือถึงเชื่อว่ามีจริง? พระอาจารย์ตอบว่า สงสัยคนที่ถามท่านอาจารย์มาจะอยู่หลังเขา... เพราะเขามีการฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปีการตรัสรู้ของไปทั่วโลก โลกเขารู้กันหมดแล้วว่าพระพุทธเจ้ามีอยู่จริง ส่วนในเรื่องของพระไตรปิฎกก็ตอบตามคัมภีร์ด้วยความมั่นใจไปได้เลยว่าผู้รวบรวมคือพระมหาเถระผู้เป็นพระอรหันต์ที่ร่วมกันทำปฐมสังคายนาหลังจากปรินิพพานได้ ๓ เดือน เป็นผู้ทรงจำไว้ จากนั้นประมาณ พ.ศ.๔๓๓ ทางศรีลังกาก็มีการนำบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรลงในใบลานเป็นภาษาบาลี ซึ่งก็คงอยู่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ รายละเอียดประวัติศาสตร์ช่วงนี้มีความชัดเจน สามารถสืบค้นได้เลย

พระมหาสมัคร โกวิโล (ปธ.๘) ถามเรื่องทำไมโลกถึงต้องมีหลายศาสนา ทั้งที่ศาสนาพุทธดีที่สุด มีเหตุผลที่สุด ทำไมจึงไม่มีเพียงศาสนาเดียว พระอาจารย์ตอบว่า เพราะโลกคือ หมู่สัตว์ เป็นที่รวมของสัตว์ที่มาจากภพภูมิต่างๆ เมื่อสัตว์มาจากภูมิที่แตกต่างกันดังนั้นปัญญาจะมีไม่สม่ำเสมอกัน อย่างของพระพุทธศาสนาจัดเป็นเพชรบนยอดมงกุฎ ถ้าไม่ได้สร้างสมบารมีมาจนมีปัญญาเลิศพอที่จะรองรับพระสัทธรรมได้แล้ว จะฟังหลักพุทธธรรมไม่รู้เรื่อง หรือฟังรู้เรื่องก็ไม่บังเกิดจิตที่คิดจะปฏิบัติตาม เป็นต้น ดังนั้นสัตว์ที่ยังมีภูมิปัญญาไม่พอก็จำต้องมีการอบรมบ่มเพาะอัธยาศัย โดยอาศัยศาสนาพื้นฐานต่างๆ เป็นเครื่องอบรม เช่น บางศาสนาก็เน้นเรื่องของวินัย คือ ต้องเชื่อเท่านั้น ห้ามสงสัย ห้ามคัดค้าน เชื่อแล้วทำตามอย่างเดียว หรือบางศาสนาก็สอนเรื่องของความรัก การแบ่งปัน หรือบางศาสนาก็เน้นไปเรื่องสมาธิ มีถึงฌานสมาบัติ ๘ แต่ขาดแค่เพชรยอดมงกุฎ เป็นต้น

พระก้าว ปญฺญาทีโป ถามเรื่อง พระพุทธเจ้า ๓ ประเภท คือ ปัญญาธิกบารมี ศรัทธาธิกบารมี วิริยาธิกบารมี แตกต่างกันอย่างไร? พระอาจารย์ตอบว่า ในเรื่องของการตรัสรู้ธรรมนั้นบริสุทธิ์บริบูรณ์เหมือนกันหมด แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ พระพุทธเจ้า”ปัญญาธิกบารมี” ซึ่งสร้างบารมีคิด พูด ทำ ทั้งหมด ๒๐ อสงไขย กำไรแสนมหากัป จะเกิดในโลกที่เป็นแบบปัจจุบัน คือ มีการรบราฆ่าฟันกัน มีคนจน คนรวย แตกต่างกัน มีหลายศาสดา เพราะคนมีปัญญาพระพุทธเจ้าจะโปรดได้นั้นมีไม่มาก ส่วน “ศรัทธาธิกบารมี” ผู้ตรัสรู้โดยใช้ศรัทธานำ ซึ่งสร้างบารมีเพิ่มนานอีกเป็นเท่าตัวของปัญญาธิกบารมี คือ ๔๐ อสงไขยกำไรแสนมหากัป ในยุคของพระองค์ คนจนไม่มี มีแต่คนรวย ปัญหาในโลกมีน้อย เพราะคนมีปัญญามีมากพอสมควร ส่วน “วิริยาธิกะ” ที่ตรัสรู้ด้วยวิริยะ ในยุคของพระองค์มีความเพียบพร้อมบริบูรณ์ไปหมด ความลำบากแทบไม่มี ความป่วยไข้ไม่สบายเกือบหาไม่ได้ และคนทั้งหลายมีปัญญามาก ซึ่ง “วิริยาธิกบารมี” นี้ต้องบำเพ็ญมาทั้งหมด ๘๐ อสงไขย กำไรแสนมหากัป แค่คิดก็จะเป็นลมแล้ว บำเพ็ญยาวนานที่สุด แต่พอบำเพ็ญนานก็มีผลมาก พาเหล่าบริวารสร้างบุญบารมีได้มากขึ้น สุดท้ายพอตรัสก็สามารถโปรดสัตว์ได้มากขึ้น ในคัมภีร์อนาคตวงศ์ได้กล่าวไว้เลยว่า ยุคของพระศรีอริยเมตไตร ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าประเภทวิริยาธิกบารมีนั้น คนทุกคนในยุคนั้นจะเข้าถึงธรรมาพิสมัยหมด ส่วนที่ไม่ได้ก็ตั้งตนอยู่ในพระไตรสรณคมน์ เพราะพวกนี้ปรารถนาพระสัมมาสัมโพธิญาณจึงไม่ต้องการบรรลุ เพียงต้องการพบพระพุทธเจ้า ทำบุญกับพระพุทธเจ้า หรือมารอรับคำพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า

จึงได้จบการบรรยายในเวลาประมาณ ๑๕.๔๐ น.

ผู้สรุปบันทึก พระมหาเศรษฐศิริ ปภสฺสโร ผู้ช่วยเลขานุการ พระธรรมทูตรุ่น ๖

view

สถิติ

เปิดเว็บ21/07/2011
อัพเดท19/07/2015
ผู้เข้าชม292,639
เปิดเพจ312,527

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐
view