http://www.crs.mahidol.ac.th/Audio/prayindia/002.mp3 http://www.bodhigaya980.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 คลังภาพ

 คณะปรึกษากิตติมศักดิ์

 ติดต่อเรา

ห้องธรรมวิจัยพุทธิพโล

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี แคว้นวังสะ โดย พระอาจารย์สุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

กาสีปริทัศน์ โดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

“เทคนิคการเขียนบทความ” โดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

ศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระเมธีวรญาณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาปาฏลีบุตร โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร

บรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต ดร. วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม วันที่ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่อง “สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม" ภาคที่ ๓ และ ๔ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

สัมภาระวิบาก ตอนที่ ๓ และ ๔ โดย พระปลัดสมทบ ปรกฺกโม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

“สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม” ภาคที่ ๑ และภาคที่ ๒ บรรยายโดย พารณี เจียรเกียรติ ซึ่งบรรยายแทนโดย พระอาจารย์เฉลิมชาติ ชาติวโร วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาลุมพินีวัน โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา ตอนที่ ๑ และ ๒ โดย พระเทพโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภพุทธภูมิศึกษา เมืองราชคฤห์ โดย พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ ดร. บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษานครกบิลพัสดุ์ และพุทธภูมิศึกษาเทวทหนคร โดย พระมหาสุพจน์ กิตฺติวณฺโณ บรรยายแทนโดย พรุครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายเรื่ื่อง ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที, ปธ. ๙, พธ.ม.) วันที่ ๕ และ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาปิปผลาหวา โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บรรยายเมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธภููมิศึกษานครสาเกตุ โดย พระสุชิน สุทฺธจิตฺโต บันทึกการบรรยายเมื่อช่วงบ่าย วันที่๒๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ศึกษาวิเคราะห์งานพระอริยสงฆ์ บรรยายโดย พระเมธีวรญาณ

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อฯ บรรยายโดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

บันทึกการบรรยายเรื่อง พุทธภูมิศึกษาเมืองไวสาลี โดย พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ, ดร. รับหน้าที่บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ธรรมชาติบำบัด บรรยายโดย คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์

บันทึกการบรรยาย พุทธภูมิศึกษาเมืองนาลันทา โดย พระครูปริยัติธรรมวิเทศ ดร., บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๒๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ ประติมากรรมนำการเผยแผ่ บรรยาโดยพระาชรัตนรังษี

บันทึกการบรรยาย หัวข้อ การบริหารแบบนักการทูต บรรยาโดยพระราชรัตนรังษี

พุุทธภูมิศึกษากุสินารา โดย พระครูนิโครธบุญญากร ๑๔ ๑๕ ๑๖ กรกฏาคา พ.ศ. ๒๕๕๗

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี โดย ท่านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ บรรยายแทนโดย พระครูนิโครธบุญญากร วันที่ ๑๘ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พุทธพลิกโลก : สุ จิ ปุ ลิ เพื่อปัญญาสู่ตนและสังคม บรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร

ธรรมวิภาพ บรรยายโดย คุณสุรจิต จามรมาน

วิปัสสนากรรมฐาน โดย พระครูวรธรรมานุกิจ

ธรรมวิภาพ โดย คุณสุรจิต จามรมาน

ธัมมจักกัปปวัตนสูตรวิเคราะห์ โดย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์

การเผยแผ่ธรรมะผ่านสื่อวิทยุ โดย คุณช่อผกา วิริยานนท์

พระไตรปิฎกศึกษา โดย พระมหา ดร.ดวงจันทร์ คุตฺตสีโล

พุทธธรรมกับการแก้ปัญหาสังคม โดย พระครูธรรมธรครรชิต คุณวโร

การแสดงธรรมและการเผยแผ่: หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต โดย พระราชปฏิภาณมุนี

AEC เชื่อมการค้าพระพุทธศาสนาเชื่อมสุวรรณภูมิ โดย คุณสุภชัย วีระภุชงค์

ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ แดนพุทธภูมิ

เตรียมพร้อมสู่ห้องเรียนพระพุทธเจ้า

เมืองโกสัมพี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์นครสาวัตถี

พุทธสาวก-สาวิกา และโบราณสถานนครสาวัตถี

การอ่าน การเขียน และการใช้ภาษาฮินดีในชีวิตประจำวัน

พระไตรปิฎกศึกษาเชิงวิเคราะห์และพุทธวิธีการสอน

สัมภาระวิบาก กว่าจักเป็นพระพุทธเจ้า

Buddhism in India at Kusinagar and Myanmar

ธรรมภาคภาษาอังกฤษ

พุทธสุขภาพ

อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเผยแผ่ธรรมทางวิทยุ

พุทธศิลป์สถาปัตยกรรม

ศิลปะการออกแบบตกแต่งภายในเชิงพุทธ

ภูษาภารตาภรณ์

อาคารสวยด้วยสถาปัตย์

บทความน่าสนใจ

สนทนากับ พระครูสุตตธรรมประภาส

สนทนากับ พระอาจารย์ใส สุรปญฺโญ

"เปะปะกถา" หรือ "จับฉ่ายเทศนา" โดย พระเดชพระคุณ พระเทศโพธิวิเทศ

สัมภาษณ์ พระอธิการภีรธรรม ชินวํโส พรธรรมทูตรุ่นที่ ๖

ตัวอย่างบทความจาก วิชาเขียนบทความทางพุทธศาสนา โดยพระประสิทธิ์

สนธนากับพระศรีธนนชัย สันตมโน

พุทธภูมิศึกษาโกสัมพี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพาราณสี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ด.ร.เอ็มเบ็คก้า ผู้นำชาวพุทธยุคใหม่ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาพุทธคยา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษานาลันทา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาไวศาลี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองปาฏลีบุตร บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาราชคฤห์ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาเมืองสาเกต บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

อนาคาริกธรรมปาละวีรบุรุษชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

มหาตมะคานธี วีรบุรุษชาวอินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาลุมพินี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากบิลพัสดุ์อินเดีย บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษาสาวัตถี บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิ์ชาวพุทธ บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

พุทธภูมิศึกษากุสินารา บรรยายโดย พระครูนิโครธบุญญากร

ตระหนักรู้คุณของพระพุทธเจ้า

องคุลิมาล (อหิงสา)...ยุติความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง

กฏศาสนา กฏวัฒนธรรม กฎหมาย ดูแลโลกได้อย่างไร

อปริหานิยธรรมสร้างสังคมเข้มแข็ง

คุณของพระพุทธเจ้ากับความศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยายเรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บันทึกการบรรยาย เรื่อง การเขียนในพุทธศาสนา

ระหว่างวันที่ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

บรรยายโดย 

พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี, ดร., พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ และ พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป

สรุปเนื้อหาวันที่ ๒๒ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ได้ดังนี้

เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเองของแต่ละท่าน หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่เนื้อหาด้วยการปลุกจิตวิญญาณนักเขียนให้เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ในโครงการฯ โดยวาทะว่า “งานเขียนสามารถพลิกโลกได้” เพราะการเขียนเป็นการติดอาวุธให้แก่พระสงฆ์ ที่จะสามารถดึงเอาสิ่งที่เห็น สิ่งที่คิด ประสบการณ์ดีๆ หรืออุดมคติ ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษรเพื่อสื่อสารกับโลกอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

งานเขียนเป็นสิ่งที่เราเขียนให้คนสุขก็สุขได้ เขียนให้ทุกข์ก็ทุกข์ได้ เขียนให้คนร้องไห้ก็เขียนได้ แต่สำหรับพระสงฆ์ ก็คือการสื่อสารธรรมะกับผู้อ่าน ซึ่งงานเขียนดีๆ ก็สามารถที่จะไปต่อยอดความคิดของคนได้

พระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี เริ่มบรรยายในเรื่องโครงสร้างของการเขียน ซึ่งท่านให้ข้อสังเกตุว่า การจะเขียนหนังสือ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงคือ “ใครจะเป็นผู้ฟังเรา?” ท่านได้ยกตัวอย่างให้ฟังว่า นักเขียนรางวัลซีไรท์ ได้กล่าวว่าการเขียนงานของตัวเอง จะต้องมีการสร้างตัวละครที่เป็นผู้อ่าน ๓ ลักษณะ คือ เขียนให้ตัวเองเป็นผู้อ่าน, เขียนให้บรรณาธิการเป็นผู้อ่าน และเขียนให้นักอ่านทั่วไปอ่าน

งานเขียนนั้น ต้องเริ่มจากการนำทักษะที่มีมาขยายต่อ โดยท่านได้แสดงเป้าหมายการสอนของท่านในครั้งนี้ว่า ท่านต้องการบทความคนละ ๑ บทความ จากพระสงฆ์ในโครงการทั้งหมด ซึ่งในบทความทั้งหมดนั้นจุดมุ่งหมายของบทความ คือ ต้องนำไปสู่ “การปรองดอง” ให้สอดคล้องกับนโยบายของสถาบัน คือ พุทธพลิกโลก โดยมีกรอบของเรื่อง คือ

. บุคคล . เมือง . เหตุการณ์

จากนั้นท่านได้กล่าวถึงโครงสร้างของการเขียนบทความ โดยสิ่งที่ต้องมี คือ

. หลักการและเหตุผล ซึ่งในหลักการนี้ ควรยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบันที่สุดและต้องเป็นสิ่งที่หน้าสนใจ โดยท่านได้แทรกข้อคิดว่า ได้เคยถามสื่อโทรทัศน์ถึงสาเหตุว่าทำไมไม่เอาพระไปออกรายกายในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งท่านบอกว่า “ที่เขาไม่เอาพระไปพูด เพราะพระพูดแล้วคนไม่ค่อยฟัง เนื่องจากพระมักจะพูดแต่เรื่องอดีต ไม่ค่อยพูดตอบโจทย์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”

. วัตถุประสงค์ คือ สิ่งที่ต้องการจะสื่อสารออกไป โดยในการศึกษาครั้งนี้เป้าหมายก็คือ นำไปสู่การปรองดอง

จากนั้นท่านจึงกล่าวสรุปการบรรยายในช่วงของท่านว่า “โครงร่างของบทความหรือการเขียนหนังสือ ควรจะมี เกริ่นนำ เนื้อหา ตัวอย่าง ธรรมะ และสรุป”

พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ ได้บรรยายถึงหลักการตั้งชื่อบทความหรือหนังสือให้น่าสนใจ ซึ่งหลักการตั้งชื่อ

. ควรจะตั้งให้ครอบคลุมสิ่งที่จะสื่อออกมาจากหนังสือทั้งหมด

. จะต้องจุดประกายให้ผู้อ่านให้คิด

. ควรจะให้มีคำถามอยู่ในนั้น ไม่ควรให้ชื่อเป็นคำตอบในตัว

ยกตัวอย่างการเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่พุทธคยา โดยอาจจะตั้งชื่อเรื่องว่า “พุทธคยาร้องไห้” หรือ “น้ำตาพุทธคยา” ต้องตั้งชื่อให้ผู้อ่านเกิดความสงสัย การคิดชื่อต้องมีจินตนาการ ไม่ต้องตั้งชื่อแบบทื่อๆ แต่ต้องตั้งชื่อชวนให้คนหยิบขึ้นมาอ่าน

การตั้งชื่อเรื่องนั้น เป็นศิลปะในการเชื้อเชิญให้ผู้อ่านหันมาสนใจผลงานเขียนของนักเขียน ดังนั้นถ้าตั้งชื่อดีก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แต่หากตั้งชื่อไม่ดึงดูดความสนใจมาพอ ชื่อเรื่องของหนังสือเล่มนั้น ก็อาจจะช่วยไล่แขกของผู้เขียนไปมากกว่าครึ่งก็ได้เช่นเดียวกัน

ในโครงการให้เริ่มลงมือปฏิบัติจริงด้วยการเขียนบทความ... (ใช้เวลาตั้งแต่ ๑๔.๓๐ น. ถึง ๑๖.๕๐ น. ซึ่งบรรยากาศช่วงนี้ก็เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย พระแต่ละรูปมีความตั้งใจในการเขียนบทความมาก ประกอบกับมีการยกมือถามข้อสงสัยกับผู้บรรยายเป็นการส่วนตัวเป็นระยะๆ)

จากนั้นท่านพระมหาประสิทธิ์ ให้ยกตัวอย่างโครงเรื่องแบบเจาะลึกให้พระสงฆ์ในโครงการได้เรียนรู้ โดยมีรูปแบบ คือพระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป กล่าวถึงเทคนิคการเขียนหนังสือ โดยท่านได้พูดถึงประเด็นที่เป็นเทคนิค ๒ ประการ คือ การสรุปความและการคิดวิเคราะห์ จากนั้นท่านจึงให้ข้อคิดว่า

ก่อนจะเขียนต้องอ่านมาไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เล่ม

ก่อนจะพูดต้องฟังมาไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชั่วโมง

ดังนั้นการเขียนต้องเริ่มจากการอ่าน”

จากนั้นท่านจึงให้ดำเนินกิจกรรม คือ ให้พระสงฆ์ในโครงการได้ทดลองอ่านบทความที่เตรียมมาให้ แล้วจึงให้สรุปความจาก ๗ หน้า เหลือ ๕ บรรทัด แล้วจึงให้สลับกันอ่านให้พระสงฆ์ในห้องได้รับฟัง หลังจากนั้นท่านจึงได้สรุปเทคนิคของการสรุปความว่า คือ การย่อความมาเป็นสำนวนของตัวเอง ให้กระชับและได้ใจความมากที่สุด และต้องตีประเด็นให้แตก อีกทั้งต้องวิเคราะห์ให้เป็น

จากนั้นท่านได้ขึ้นสไลด์ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของบทความ ซึ่งประกอบด้วย

. เกริ่นนำ . เนื้อหา . ตัวอย่างหลักธรรม และ ๔. สรุป

จากนั้นท่านเริ่มให้พระสงฆ์

หัวเรื่อง

พุทธภูมิศึกษา : ซึม, ลึก, ซึ้ง, ถึงใจ เพื่อพัฒนาพระสงฆ์ไทย ในมิติใหม่ของงานเผยแผ่

เกริ่นนำ

สภาพสังคม, ปัญหาการทำงานของพระสงฆ์

เนื้อหา

ที่มา, วัตถุประสงค์ และคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ, หลักสูตรรูปแบบการเรียนรู้

ผลต่อพระที่เข้าร่วมการอบรม

ซึมซับ (วิปัสสนา), เชิงลึก (สถานที่จริง), ซาบซึ้ง (บรรยากาศ), ถึงใจ (ตระหนักรู้), ปัญญา

แนวโน้ม

. ทักษะงานเผยแผ่

. เครื่องข่ายพระสงฆ์

. ดำรงพระศาสนา

สรุปเนื้อหาวันที่ ๒๓ กรกฏาคม พ.ศ..๒๕๕๗

พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ เป็นผู้เกริ่นนำเปิดการบรรยายวันนี้ว่า “การเขียน คือ การจัดระบบความคิดที่ดี” เพราะงานเขียนแตกต่างจากงานพูด คือ การพูดสามารถพูดไปได้เรื่อยๆ แต่งานเขียนมีข้อจำกัด คนที่อ่านงานจะมีเวลาอยู่ไม่กี่นาที ดังนั้นงานเขียนจึงต้องกระชับ โดดเด่น มีสาระ โดยสรุปคือ “เขียนให้น้อยที่สุด แต่ให้ได้ใจความมากที่สุด”

จากนั้นจึงได้กล่าวถึงงานที่พระสงฆ์ในโครงการได้ทำมาส่ง โดยท่านวิเคราะห์ จำแนก แจกแจง และแสดง ให้พระสงฆ์ในโครงการได้รับรู้ข้อที่จะพึงแก้ไขเพิ่มเติม เสริมในส่วนต่างๆ ซึ่งผลสรุปจากการเขียนบทความครั้งแรกของพระสงฆ์ในโครงการนั้น ท่านอาจารย์ได้สรุปว่า “ปัญหาของพระ คือ ยังมีการอ่านหนังสือน้อย”

โดยกล่าวกระชับประเด็นอีกครั้ง ก่อนจะส่งมอบหน้าที่การบรรยายในภาคเช้าของวันนี้ให้กับพระมหาประสิทธิ์ ญาณฺปปทีโป ว่า “การอ่านหนังสือเป็นการจัดระบบข้อมูลในความคิด ให้เพรียบพร้อมด้วยอาวุธที่จะนำเสนอออกมาผ่านรูปแบบการเขียน”

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป ได้เริ่มสู่การบรรยาย โดยกล่าวต่อเนื่องจากพระมหาวีรพันธ์ว่า “เพราะพระสงฆ์เราไม่อ่านหนังสือ จำทำให้พระไม่อาจตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาของสังคมได้ทันท่วงที” จากนั้นท่านได้กล่าวถึงเทคนิคการเขียนบทความโดยใจความว่า “ถ้าสามารถมองเห็นโครงร่างภาพรวมของบทความ ว่าบทความของเราจะนำเสนออะไรบ้าง มีหัวข้อย่อยว่าอะไรบ้าง เราสามารถจะเอาเนื้อหามาใส่ได้เลย แล้วยกเหตุการณ์ ตลอดจนหลักธรรมต่างๆ เข้ามาใส่ได้เลย”

จากนั้นท่านได้ยกแผนภาพของปัญหาการเขียนบทความของพระสงฆ์ ดังนี้

ทุกข์ (สภาพปัญหา) : พระไทยอ่านหนังสือน้อย ทำให้การเผยแผ่ธรรมะไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน

สมุทัย (สาเหตุ) : ขาดการส่งเสริม ขาดทักษะการใฝ่เรียนรู้

นิโรธ (เป้าหมาย) : พระไทยอ่านหนังสือมากขึ้น, พระไทยเขียนหนังสือธรรมะมากขึ้น

มรรค (แนวทางแก้ไข, พัฒนา) : สร้างกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน, สร้างกิจกรรมสิ่งเสริมการเขียน และพัฒนาทักษะการเผยแผ่

จากนั้นท่านพระมหาประสิทธิ์ จึงได้เริ่มวิจารย์งานเขียนของแต่ละท่านอย่างละเอียด โดยสลับกับการให้คำแนะนำ เช่น การใช้ภาษาหรือการใช้คำ คือ คำ ๑ คำ ไม่ควรให้มีเกิน ๒ ในบรรทัดเดียวกัน เป็นต้น จากนั้นจึงเริ่มให้พระสงฆ์ในโครงการได้เริ่มเขียนบทความอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ใช้เวลาจนถึง ๑๐.๔๕ น. จึงได้ยุติการเรียนการสอนในภาคเช้าลง

พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ ได้เกริ่นนำเข้าสู่เนื้อหาในภาคบ่ายว่า “ปัญหาของนักเขียนใหม่ คือ ความคิดจะยังไม่ค่อยชัดเจน ว่าจะสื่อสารอะไรออกมา ซึ่งปัญหานี้จะสามารถแก้ไขได้โดย

. ควรคิดให้เรียบง่าย คือ ให้ตัดความคิดที่ซับซ้อนออกไป ให้นำเสนอแบบตรงไปตรงมา ซึ่งข้อเสียคือ เรื่องอาจไม่สนุก แต่ก็จะได้เนื้อหาที่ชัดเจน เหมาะสำหรับการเขียนความเรียง หรือกระทู้ธรรม

. ควรคิดอย่างสมเหตุสมผล คือ งานเขียนนั้นจะต้องเขียนอย่างมีเหตุผล เช่น “ยืนอยู่กลางฝนห่าใหญ่ แต่เปียกผลเล็กน้อย” ถ้าแบบนี้มันก็ขาดเหตุผล หรือการพรรณามาเยอะแต่ใส่เนื้อเรื่องไปเพียงเล็กน้อย เข้าตำราน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง แบบนี้ก็ยังไม่ดี เป็นตน

. คิดอย่างมีจินตนาการ คือ อย่าคิดทื่อๆ เพราะนักเขียนที่มีความคิดแตกต่างจากคนอื่น จึงมักจะประสบความสำเร็จมากกว่านักเขียนที่มีความคิดแบบธรรมดาทั่วไป

เมื่อมีการผสม ๓ ความคิดนี้ลงในข้อเขียน ก็จะเป็นการสร้างงานเขียนที่โดดเด่นชัดเจนและจะสามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้

จากนั้นพระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ จึงได้มอบหมายให้พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป เป็นผู้รับช่วงบรรยายต่อไป

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป ได้กล่าวถึงขีดจำกันในการเขียนของพระสงฆ์ ว่ามีบางเรื่องที่พระสงฆ์ไม่ควรเขียนถึง เช่น เรื่องภายในครอบครัว เรื่องการโจมตีกันและกัน เป็นต้น จากนั้นท่านจึงให้กำลังใจในการเขียนผลงาน โดยกล่าวว่าต้องมีศรัทธาในตัวเอง แล้วดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้ผ่านปลายปากกา... จากนั้นจึงได้เริ่มให้ทำงานเขียนบทความต่ออีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศในช่วยนี้พระอาจารย์ผู้บรรยายทั้ง ๓ รูป ได้เดินให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลกับพระสงฆ์ในโครงการอยู่ตลอด

จนถึงเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป จึงได้ทำการแบ่งกลุ่ม ตามผลงานการเขียนและการสังเกตการณ์ ซึ่งแบ่งได้ทั้งหมด ๓ กลุ่ม โดยพระสงฆ์ในโครงการที่มีงานเขียนไปในแนวทางตรงไปตรงมา จัดให้อยู่ในกลุ่มพระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป ส่วนพระสงฆ์ที่มีผลงานในแนวการพรรณาโวหาร จัดให้อยู่กลุ่มของพระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ ซึ่งท่านถนัดในงานเขียนด้านนี้ และพระสงฆ์ที่มีการเขียนในลักษณะเป็นวิชาการ ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ พระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี โดยการแบ่งกลุ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่พระธรรมวิทยากรทั้ง ๓ ท่าน จะได้แบ่งกันถ่ายทอดความรู้ เพื่อพัฒนาการเขียนให้ตรงกับแนวทางของแต่ละท่านให้ดียิ่งขึ้นไปตามความถนัดของตัว จากนั้นการเรียนการสอนในภาคบ่ายนี้จึงได้ยุติลง

สรุปเนื้อหาการบรรยาย วันที่ ๒๔ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗

พระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี ได้เปิดหัวข้อในวันนี้ด้วยเรื่อง “การเขียนบทความทางวิชาการ” ก่อนเข้าสู่เนื้อหา ท่านอาจารย์ได้ให้กำลังใจกับพระสงฆ์ในโครงการในเรื่องงานเขียน โดยยกตัวอย่างนักเขียนชาวเยอรมัน ชื่อ นิชเช่ ที่เมื่อเขียนหนังสือเล่มแรก ไปส่งให้สำนักพิมพ์ไหนก็ไม่มีใครรับพิมพ์ต้นฉบับให้ จนสุดท้ายต้องขวนขวายหาทางจัดพิมพ์ด้วยตัวเอง ในการพิมพ์ครั้งแรกนั้น พิมพ์ออกมา ๕๐๐ เล่ม แต่ขายได้เพียง ๔ เล่มเท่านั้น ซึ่งตัวนิชเช่ก็บอกกับเจ้าของร้านที่ไปฝากขายว่า “มีคนฉลาดเพียงแค่ ๔ คนเท่านั้นเอง” แต่พอถึงยุคปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้กลับเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก กลายเป็นผลงานอมตะไป

ซึ่งท่านอาจารย์ได้กล่าวสรุปว่า “คนที่จะเขียนงานจะต้องภาคภูมิใจในงานที่ตัวเองนำเสนอ” แม้ขณะที่เขียนออกมาอาจไม่ได้รับความสนใจ แต่ต่อไปในอนาคตอาจเป็นงานที่มีคุณค่ามากเหมือนงานของนิชเช่ก็ได้

ท่านอาจารย์กล่าวว่า “งานเขียนอาจไม่ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะความไม่สมบูรณ์นั่นแหละอาจเป็นเสน่ห์ของหนังสือ เราอาจไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเขียนให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ควรคิดหวังประโยชน์ให้กับผู้อ่านได้มากที่สุด”

จากนั้นท่านอาจารย์ได้ยกตัวอย่างบทความทางวิชาการ เกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง ขึ้นจอมอนิเตอร์ แล้วท่านอธิบายประกอบ โดยเน้นการแยกส่วนประกอบออกมาจากโครงสร้าง เพื่อให้พระสงฆ์ในโครงการได้เห็นส่วนประกอบต่างๆ ของบทความทางวิชาการ ซึ่งท่านอาจารย์ได้สรุปโครงสร้างของบทความทางวิชาการลงในอริยสัจ ๔ คือ

ปัญหา : ทุกข์ คือ สิ่งที่ต้องนำมาแสดง โดยต้องเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับประเด็นที่เราตั้งไว้ เช่น เราตั้งเรื่องความปรองดองไว้เป็นหัวเรื่อง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องบวก ดังนั้นการเขียนปัญหาเราต้องเขียนให้ออกมาเป็นด้านตรงข้ามคือด้านลบให้มากที่สุด เพื่อขับประเด็นที่เราจะนำเสนอให้โดดเด่นที่สุด

สาเหตุ : สมุทัย คือ สิ่งที่ต้องค้นหา โดยเราต้องหาข้อมูลที่เป็นหลักฐานมาประกอบเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาให้ชัดเจนที่สุด

การแก้ไข : มรรค คือ สิ่งที่จะนำเสนอในบทความ โดยต้องเป็นแง่บวก

สรุป : นิโรธ คือ การสรุปผล

เราสร้างปัญหาทั้งหมด เพื่อเอาหลักฐานจากตำรามาตอบ โดยวิธีคิดเป็นของเรา แต่ผู้ตอบปัญหาต้องไม่ใช่เรา นี่เป็นวิธีการเขียนบทความทางวิชาการ”

จากนั้นท่านอาจารย์จึงเริ่มให้ทำงานเขียนอีกครั้ง โดยแบ่งการทำงานออกเป็น ๓ กลุ่ม ตามที่ได้แบ่งเอาไว้ เพื่อแยกย้ายกันไปเขียนงานเป็นกลุ่ม โดยมีท่านอาจารย์แต่ละท่านไปประจำแต่ละกลุ่ม 

พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ท่านได้มาเขียนหนังสือ โดยจุดเริ่มต้นของท่าน คือ เวลาที่ท่านอบรมสามเณรบวชภาคฤดูร้อนตลอด ๑ เดือน ก็จะต้องหาเรื่องมาเล่าให้สามเณรฟัง แต่ก็กลัวว่าจะเล่าซ้ำ ดังนั้นจึงเอาเรื่องที่จะเล่ามาจดใส่สมุดเอาไว้ พอมีคนมาอ่านดู ก็เลยบอกว่าน่าจะเขียนเป็นหนังสือนะ พอคนพูดมากเข้าๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจเขียนหนังสือขึ้นมาจริงๆ ซึ่งการเขียนช่วงแรกๆ ก็ยาก แต่ “ถ้าเราเขียนจนเลยจุดยากไปได้แล้วเราจะสนุกกับการเขียน”

การเขียนช่วยให้เรามีความหวัง ช่วยให้เรามีเพื่อน และช่วยให้เรามีสิ่งที่หลงเหลือทิ้งไว้ในโลก”

การจะเป็นนักเขียนได้ ต้องมองอะไรแล้วหาเรื่องราวจากสิ่งที่มองนั้นได้ จากนั้นท่านก็ได้ลองยกตัวอย่าง เด็กขอทานตัวน้อยน่าวัดไทยกุสินารา ว่าเป็นเด็กที่มีความรักในการเรียนรู้ เพราะจากเดิมได้แต่บอกว่า “๑๐ รูปีๆๆ” แต่มาวันนี้กลับรู้จักสวด “อิติปิโส ภะคะวา...” เป็นแล้ว แล้วท่านก็ลองผูกเป็นเรื่องเป็นราวให้พระสงฆ์ในโครงการได้รับฟัง

จากนั้นจึงจัดให้เข้าสู่กลุ่มที่ได้จัดแบ่งไว้ ซึ่งใช้เวลาตลอดภาคบ่าย โดยแยกกันไปตามที่ต่างๆ ภายในวัด กลุ่มเขียนงานวิชาการไปให้ห้องสมุดฝั่งวัด กลุ่มเขียนงานแบบตรงไปตรงมาไปใช้ที่อู่น้ำฝั่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มที่เขียนงานในลักษณะพรรณาโวหารใช้พื้นที่ในห้องธรรมวิจัย ซึ่งการเรียนเขียนบทความตามกลุ่มตามความถนัดนี้ พระสงฆ์ในโครงการมีการตอบสนองดีมาก ทุกคนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยในการดำเนินการ พระอาจารย์จะให้แต่ละท่านในกลุ่มได้เล่าเรื่องที่จะเขียนออกมาก่อน โดยท่านอาจารย์ก็จะคอยปรับแก้ไขสำนวนให้ตั้งแต่ตอนเล่าเรื่อง ท่านได้ชี้ให้เห็นจุดเด่น จุดด้อยในการเรียบเรียงสำนวนของแต่ละท่าน ซึ่งพระสงฆ์ในโครงการก็ดูจะมีความสุขกับการศึกษาในลักษณะนี้มาก

สรุปเนื้อหาการบรรยาย วันที่ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๗


วันนี้เป็นวันที่พระธรรมวิทยากรทั้ง ๓ ท่านได้กล่าวสรุปผลการเรียนการสอนตลอด ๓ วันที่ผ่านมา โดย

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป ได้กล่าวถึงผลงานเขียนของพระสงฆ์ในโครงการที่อยู่ในกลุ่มของท่าน ว่ามีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ ซึ่งท่านได้กล่าวย้ำว่า มีการแบ่งกลุ่มการฝึกในครั้งนี้ไว้ ๓ แบบ คือ

. บทความแนว How to ซึ่งมีพระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป เป็นผู้คอยดูแล

. บทความเชิงพรรณา ซึ่งมีพระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ เป็นผู้คอยดูแล

. บทความทางวิชาการ ซึ่งมีพระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี เป็นผู้คอยดูแล

จากนั้นท่านก็นำบทความที่โดดเด่นของพระในกลุ่มของท่านที่ชื่อว่า “ธุลีในใจ” ขึ้นมาเป็นตัวอย่างของการมีพัฒนาการในการเขียนในกลุ่มของท่าน ซึ่งท่านก็ได้อธิบายประกอบการศึกษาในทุกบรรทัดของบทความ จากนั้นท่านก็ให้กำลังใจในการเขียนกับพระสงฆ์ในโครงการทั้งหมด ซึ่งท่านก็เน้นย้ำว่า “การเขียนต้องชัดเจน และควรจะมีบทสรุปในตัวเอง แม้ข้อความอาจจะตกหล่นแต่ต้องให้ชัดเจนในประเด็นว่าเราต้องการจะสื่ออะไร”

พระมหาวีรพันธ์ ชุติปญฺโญ ได้กล่าวว่า ในกลุ่มของท่านสิ่งที่ท่านได้ทดลองฝึกเขียน เรียกว่า “ธรรมะประยุกต์” คือ บทความที่มีความรู้ และความรู้สึก ประกอบกับการใช้พรรณาโวหาร ซึ่งการเขียนบทธรรมหมวดนี้จะต้องเล่นกับอารมณ์ตัวเอง และอารมณ์ของผู้อ่านด้วย จากนั้นท่านจึงนำบทความของพระประสิทธิ์ มหาปุญฺโญ ที่มีชื่อว่า “อยู่หนใด” ขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้ทั้งหมดได้ศึกษา ซึ่งบทความนี้เป็นบทความที่เขียนได้ดีมาก จากนั้นท่านก็อธิบายประกอบการศึกษาไปทุกบรรทัดของบทความ

ท่านเน้นย้ำว่า การเขียนเราต้องดูว่า เราถนัดเขียนในอารมณ์แบบไหน ให้เราหาอารมณ์ที่ถนัดให้เจอ แล้วเขียนออกมาในแนวนั้น เพราะสิ่งที่จะทำให้งานเขียนออกมาดีได้นั้น ประกอบด้วย

. เขียนเรื่องที่รู้ดีที่สุด

. เขียนเรื่องที่สนใจที่สุด

. เขียนเรื่องใกล้ตัว

จากนั้นท่านกล่าวเตือนว่า คนเขียนหนังสือใหม่ๆ มักมีปัญหาเรื่องการใช้ภาษา คือ กลัวว่าภาษาในบทเขียนของตัวเองจะไม่สวย จึงมักจะขนเอาคำที่คิดว่าสระสลวยมาพรรณาต่อประโยคจนยาวเกินพอดีไป

พระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี ได้กล่าวถึงเรื่องการเขียนบทความทางวิชาการของพระสงฆ์ในกลุ่มของท่าน โดยยกบทความของ พระมหาเศรษฐศิริ ที่มีชื่อว่า “สูตรเศรษฐี วีถีพุทธ” ที่เขียนออกมาได้อย่างโดดเด่น เป็นงานวิชาการที่มีคุณภาพ มานำเสนอ ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้ให้พระมหาเศรษฐศิริ เป็นผู้ออกมากล่าวถึงบทความของตัวเองที่หน้าห้องบรรยาย โดย พระมหาเศรษฐศิริ ได้กล่าวว่า บทความทางวิชาการนั้นไม่ยาก เพราะเราใช้ข้อมูลของผู้อื่น ไม่ต้องพรรณาให้ยืดยาว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การอ้างอิง ซึ่งการเขียนถ้าเดินตามหลักอริยสัจ ๔ ก็จะเป็นเรื่องไม่ยากเลย

จากนั้นพระธรรมวิทยากรทั้ง ๓ ท่านจึงได้กล่าวคำขอบคุณที่พระสงฆ์ในโครงการได้รับฟังด้วยดีมาโดยตลอด พร้อมทั้งทำขมาโทษในสิ่งที่อาจผิดพลั้งล่วงเกินต่อคณะสงฆ์ที่เข้าร่วมรับฟัง ซึ่งในการนี้ได้มีพระใส สุรปญฺโญ ประธานรุ่น ได้ออกมาเป็นผู้กล่าวคำขอบคุณต่อพระอาจารย์ทั้ง ๓ รูป อย่างเป็นทางการ จากนั้นจึงมีการมอบของที่ระลึก และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน จึงเป็นอันปิดการบรรยายในวิชา “การเขียนบทความทางพระพุทธศาสนา” ลงอย่างน่าประทับใจ


บันทึกการบรรยายโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ

view

สถิติ

เปิดเว็บ21/07/2011
อัพเดท19/07/2015
ผู้เข้าชม292,606
เปิดเพจ312,494

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐
view